การพัฒนา เทคนิคลูปเมดดิเอดเตท ไอโซเทอมอล แอมปลิฟิเคชั่น หรือแลมป์ ร่วมกับการเลี้ยงเชื้อในอาหารเหลวเพื่อการตรวจวิเคราะห์แบบรวดเร็วสำหรับวิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส ในอาหารทะเลสดและอาหารทะเลพร้อมบริโภค
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus) เป็นแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษในหลายประเทศทั่วโลก พบในอาหารทะเลสดและ อาหารทะเลพร้อมบริโภค งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินวิธีการ ลูปเมดดิเอดเตท ไอโซเทอมอล แอมปลิฟิเคชั่น หรือแลมป์ (loop-mediated isothermal amplification or LAMP) เพื่อนำมาใช้ในการตรวจวิเคราะห์ V. parahaemolyticus และสามารถตรวจแยกเฉพาะสายพันธุ์ก่อโรคได้ (pathogenic strains) เทคนิค LAMP ที่ได้ใช้ primer ที่จำเพาะสำหรับ ยีน rpoD (species-specific primers) ยีนสารพิษ tdh และ ยีนสารพิษ trh1 และ trh2 ได้ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมของเทคนิค LAMP ที่ใช้ในการตรวจวิเคราะห์ detection limit ของ rpo D primers และ trh1 primers ในการตรวจวิเคราะห์เชื้ออยู่ที่ 102 copies/25 ?l และ detection limit ของ tdh primers อยู่ที่ 10 copies/25 ?l ผลจากการตรวจตัวอย่าง โดยการตรวจทั้ง วิธี LAMP และวิธีเพาะเลี้ยงเชื้อมาตรฐาน ให้ผลบวกที่ตรงกัน การตรวจตัวอย่าง 320 ตัวอย่าง โดยเป็นอาหารทะเลสด 200 ตัวอย่าง และอาหารทะเลพร้อมบริโภค 120 ตัวอย่าง พบว่าในอาหารทะเลสดตรวจแยกได้เชื้อ V. parahaemolyticus 27 ตัวอย่าง คิดเป็น 13.5% ของตัวอย่างอาหารทะเลสดที่นำมาตรวจ ส่วนตัวอย่างอาหารทะเลพร้อมบริโภคตรวจไม่พบเชื้อ ในตัวอย่างอาหารทะเลสดที่ตรวจด้วยวิธี LAMP เป็นเชื้อ V. parahaemolyticus ที่มียีนสารพิษ tdh 17 (62.96%) สายพันธุ์นอกจากนี้พบ 1 ตัวอย่าง จากหอยนางรม ที่พบ V. parahaemolyticus ที่มียีนสารพิษทั้ง 2 ชนิด คือ trh1 และ trh2 (3.7%) วิธี LAMP มีความไว (sensitivity) ความแม่นยำ (specificity) 100% เทคนิคที่พัฒนาได้นี้มีความจำเพาะต่อการตรวจวิเคราะห์ V. parahaemolyticus สายพันธุ์ก่อโรค จึงมีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการตรวจสอบการปนเปื้อนของเชื้อ ตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหารในประเทศไทย