ประสิทธิภาพของระบบการคัดกรองผู้ป่วยวัณโรคเพื่อลดความล่าช้าในการวินิจฉัยวัณโรคในโรงพยาบาลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัณโรคยังเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขของไทย เนื่องจากติดอันดับ 1-22 ของ ประเทศที่มีปัญหามากที่สุดของโลก (High burden countries) ส่งผลให้ผู้ป่วยวัณโรคปอดเข้ามารับ การรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้น มีโอกาสเสี่ยงที่ผู้รับบริการอื่นๆและบุคลากรสาธารณสุขสัมผัสเชื้อ วัณโรคมากขึ้น ดังนั้น โรงพยาบาลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จึงได้ดำเนินงานเพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรค ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยกำหนดมาตรการในการควบคุม และป้องกันการแพร่กระจายเชื้อวัณโรคใน โรงพยาบาล มีการจัดบริการการคัดกรองผู้ป่วยวัณโรคตามมาตรฐาน และมีกระบวนการแยกผู้ป่วยที่มี อาการสงสัยวัณโรค แต่ยังไม่มีการประเมินระบบการคัดกรองผู้ป่วยวัณโรคของโรงพยาบาลอย่างเป็น รูปธรรม การวิจัยครั้งนี้จึงเป็นการวิจัยแบบประเมินผล (Evaluation research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาประสิทธิภาพระบบการคัดกรองผู้ป่วยวัณโรคปอดในโรงพยาบาลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดย เก็บข้อมูลย้อนหลังจากฐานข้อมูลวัณโรค เวชระเบียน ทะเบียนประวัติการรักษาวัณโรค (TB01 และ TB03) ของผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ที่ขึ้นทะเบียนรักษาของโรงพยาบาลโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยคัดเลือกประชากรกลุ่มตัวอย่างของระบบการคัดกรองผู้ป่วยวัณโรคปอดแบบใหม่ในวันที่ 15 มิถุนายน - 15 ธันวาคม 2558 และคัดเลือกประชากรกลุ่มตัวอย่างช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในระบบคัดกรองผู้ป่วยวัณโรคปอดแบบเดิม ศึกษาในเรื่องความล่าช้าของการได้รับการวินิจฉัยวัณโรค ปอด โดยใช้สถิติ Unpair t-test, two sided ความรุนแรงของโรค ใช้สถิติ Chi-square ร้อยละการ ค้นพบผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ และความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติงานคัดกรองผู้ป่วยวัณโรคปอดใน โรงพยาบาล โดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และความถี่ ผลการศึกษา พบว่า ระบบการคัดกรองผู้ป่วยวัณโรคปอดแบบใหม่ใช้ระยะเวลา (วัน) ตั้งแต่ ผู้ป่วยมาโรงพยาบาลเป็นครั้งแรกจนถึงวันที่ได้รับการวินิจฉัยวัณโรค น้อยกว่าระบบการคัดกรองผู้ป่วย วัณโรคปอดแบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (2.34 วัน เทียบกับ 7.63 วัน, p=0.00) มีความรุนแรง ของวัณโรคปอดน้อยกว่าระบบคัดกรองผู้ป่วยวัณโรคปอดแบบเดิม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.03) การค้นพบผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ของระบบการคัดกรองผู้ป่วยวัณโรคปอดแบบเดิมคิด เป็นร้อยละ 41.0 และระบบการคัดกรองผู้ป่วยวัณโรคปอดแบบใหม่ คิดเป็นร้อยละ 43.1 และความ พึงพอใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่มีต่อระบบการคัดกรองผู้ป่วยวัณโรคปอดในโรงพยาบาล คิดเป็น ร้อยละ 100 ข้อเสนอแบะ การพัฒนาระบบการให้บริการผู้ป่วยวันโรคที่มีคุณภาพมาตรฐาน ควรศึกษา วิธีการพิ่มประสิทธิภาพพออออการศัตกรอะให้มีควาดเร็ว รวมทั้งจำนวนจำนากที่เทมากที่เพมาะสมารราาาา คัดกรอง เพื่อให้สามารถคัดกรองผู้ป่วยวัณโรคได้อย่างครอบคลุม และส่งเสริมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำแนวทางการคัดกรองไปใช้ในการค้นหาผู้ป่วยวันโรคปอดอย่างต่อเนื่องต่อไป