การประเมินระบบการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ในเขตสุขภาพ ที่ 10: กรณีพื้นที่ชายแดน ไทย-ลาว-กัมพูชา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
รายงานฉบับสมบูรณ์นี้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโคโรนาไวรัส 2019 ในเขตพื้นที่ที่มีพรมแดนรอยต่อติดกับประเทศลาวและกัมพูชา ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษในช่วงปี 2564-2565 โดยข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ประกอบด้วยข้อมูล 6 ส่วน ดังนี้ 1. สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดอุบลราชธานี 2. การบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด -19ของผู้บริหารทุกระดับ 3. ข้อมูลพื้นฐานการเดินทางและสุขภาพของผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ 4. ความรอบรู้ทางสุขภาพในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ เขตสุขภาพที่ 10: กรณีศึกษาพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว-กัมพูชา 5. การยกระดับความรู้ด้านสุขภาพสู่การพัฒนาการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-2019 ในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว-กัมพูชา เขตสุขภาพที่ 10 และ 6. การบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงเวลาของการแพร่ระบาดของโรคโคโรนาไวรัส 2019 ข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดฯถูกวิเคราะห์และนำเสนอเป็นข้อมูลเชิงพรรณนาได้แก่ ความชุกของโรคในแต่ละพื้นที่ครอบคลุมทั่วจังหวัด, อัตราป่วย, จำนวนผู้ติดเชื้อ, ข้อมูลพื้นฐานของประชากร/กลุ่มเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ ควบคู่ไปกับข้อมูลการนำนโยบายภาครัฐ (ส่วนกลาง) ลงสู่การปฏิบัติในพื้นที่ โดยนำเสนอข้อเท็จจริง จุดแข็ง จุดอ่อนของการบริหารจัดการของหน่วยงานและบุคลากรในทุกระดับเพื่อควบคุมการระบาดของโรคฯ พร้อมสะท้อนมุมมองของบุคลากรในพื้นที่และทีมนักวิจัย เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์หากมีการระบาดของโรคในอนาคต ในส่วนของพื้นที่ที่มีรอยต่อติดพรมแดนประเทศเพื่อนบ้าน ข้อมูลจะนำเสนอมาตรการและแนวทางปฏิบัติของคนไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้า-ออก เพื่อวัตถุประสงค์ในการเดินทาง การขนส่งสินค้า บริเวณจุดตรวจผ่านแดนไทย-ลาว-กัมพูชา 2 จุดคือ ช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี และช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ รวมทั้งข้อมูลการตรวจคัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้า-ออกระหว่างไทย-ลาว-กัมพูชา ตลอดจนข้อจำกัดบางประการที่เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยปิดประเทศ ทำให้มีแรงงานข้ามชาติตกค้างและจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการเร่งด่วน ณ เวลานั้น พร้อมความเห็นที่สะท้อนจากบุคลากรหน้าด่านต่อมาตรการและแนวทางการปฏิบัติที่ภาครัฐนำออกมาใช้ นอกจากนี้ ข้อมูลที่สำคัญที่มีผลต่อการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คือ ความรอบรู้ทางสุขภาพ (health literacy) ทั้งในส่วนของแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานตามสถานประกอบการในพื้นที่ศึกษา, เจ้าของสถานประกอบการ, ประชากรในพื้นที่, ประชากรกลุ่มเสี่ยงในระลอก 3, บุคลากรการแพทย์ ซึ่งข้อมูลที่ได้สะท้อนความตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติตัว แนวโน้มและโอกาสเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรคในระลอกที่มีการระบาดหนัก ข้อจำกัดหรืออุปสรรคในการปฏิบัติตามมาตรการที่ภาครัฐกำหนด (D-M-H-T-T-A) พร้อมแนวทางการแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าว สุดท้ายทีมวิจัยนำเสนอข้อมูลในส่วนของการรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของประชากรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีครอบคลุมทั้ง 25 อำเภอ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค ในด้านการเข้าถึงบริการวัคซีน ปริมาณวัคซีน ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับวัคซีนตลอดช่วงระยะเวลาของการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งหมดดังกล่าว