กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
สรุปผล การประเมินผลเชิงบริหาร เชิงบริการ เชิงพฤติกรรม และระบาดวิทยา:แผนการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา สำหรับบุคลากรสาธารณสุขมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.84 แบบสอบถามการประเมินผลเชิงบริหาร เชิงบริการ เชิงพฤติกรรม และระบาดวิทยา:แผนการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา สำหรับบุคลากรด้านการศึกษา มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.82 แบบสอบถามการประเมินผลเชิงบริหาร เชิงบริการ เชิงพฤติกรรม และระบาดวิทยา:แผนการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา สำหรับนักเรียน มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.87 แบบสอบถามการประเมินผลเชิงบริหาร เชิงบริการ เชิงพฤติกรรม และระบาดวิทยา:แผนการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา สำหรับผู้นำชุมชน มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.90 แบบสอบถามการประเมินผลเชิงบริหาร เชิงบริการ เชิงพฤติกรรม และระบาดวิทยา:แผนการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.92 แบบสอบถามการประเมินผลเชิงบริหาร เชิงบริการ เชิงพฤติกรรม และระบาดวิทยา:แผนการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา สำหรับประชาชนทั่วไป มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.88 . อภิปรายผล สถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้เกิดความความไม่มั่นคงทางด้านสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงสุขภาพของประชาชน กระทรวงสาธารณสุขและสถานบริการควรให้ความสำคัญกับการดำเนินการควบคุมป้องกัน โรคที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้ความรู้ความเข้าใจกับกำลังพลที่ปฏิบัติงานสายการแพทย์เป็นกลุ่มแรกๆ เพื่อที่จะ ได้มีการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง ในอันที่จะเผยแพร่องค์ความรู้แก่ประชาชนต่อไป รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์ในการ ป้องกันโรคให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานสายการแพทย์ให้เพียงพอเพราะบุคลากรเหล่านี้มีโอกาสเสี่ยงในการสัมผัสโรคได้ ตลอดเวลา การป้องกันปัญหาที่พบจากการเกิดความยากลำบากในการดำเนินงานและการใช้ชีวิต ตลอดจนการดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างองค์ความรู้การดำเนินงานของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพตัวเองได้อย่างปลอดภัยและปราศจากการเจ็บป่วยและเสียชีวิต ข้อเสนอแนะต่อผู้เกี่ยวข้องสำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป 1. ควรมีการศึกษากิจกรรมในชุมชนที่ส่งผลการโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อจากการให้บริการในชุมชน เนื่องจากกำลังพลสายแพทย์ เช่น ทหารพราน เป็นกลุ่มที่ต้องปฏิบัติงานในชุมชนและใกล้ชิดกับประชาชน 2. ควรศึกษาการป้องกันตัวเองจากการปฏิบัติงานโดยเฉพาะในกลุ่มที่ปฏิบัติงานในทั้งในโรงพยาบาลสังกัด กระทรวงกลาโหมศูนย์ และส่วนแยกหรือฐานที่มีกำลังพลปฏิบัติงานสายการแพทย์ต่างๆเพื่อศึกษาโอกาสเสี่ยงในการ ใช้อุปกรณ์ป้องกันตัว ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน 1. สถานการณ์การระบาดของโรค covid-19 ที่รุนแรง ส่งผลทำให้การประชุม ลงพื้นที่เก็บข้อมูล ในการดำเนินการล่าช้ากว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 2. การขาดการประสานงาน เพื่อยืนยันข้อมูลในการได้รับทุน เพื่อดำเนินงานและชี้แจงแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อพัฒนางานที่ชัดเจนตามเป้าหมายหลัก
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เมื่อสิ้นสุดแผนงานโครงการ คาดว่าพื้นที่จะมีความพร้อม ศักยภาพ องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆในการดูแล รักษา ควบคุม ป้องกันโรค และสามารถตอบโต้สถานการณ์ฉุกฉินได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลา ตรงเป้ามาย และได้ประสิทธภาพ
ระดับความพร้อม ศักยภาพองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในปัจจุบันยังไม่ได้มีการสร้างรูปแบบการดำเนินงานที่ชัดเจน เนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ จึงยังไม่มีการเตรียมการเท่าที่ควร และยังต้องศึกษาหาความรู้ในเรื่องโรคเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness
เมื่อสิ้นสุดโครงการคาดหวังว่าจะมีทีมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินที่มีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน เป็นระบบ มีการประสานการดำเนินงานร่วมกันของแต่ละอำเภอ และดำเนินการร่วมกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีทีมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินของแต่ละอำเภอ ดำเนินการร่วมกันทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ได้แก่ ปกครอง สาธารณสุข อสม. และประชาชน