การสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายระบบบริการของหน่วยบริการตติยภูมิ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ส่งผลต่อการให้บริการของหน่วยบริการทางการแพทย์การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี (Mixed method) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 2019 2) การบริหารจัดการ ปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินการของระบบบริการในระดับตติยภูมิ และเครือข่ายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล3) ถอดบทเรียนการบริหารจัดการ ในระบบบริการระดับตติยภูมิ และเครือข่ายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และ 4) สังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายระบบบริการของหน่วยบริการตติยภูมิและเครือข่าย ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 รวบรวมข้อมูลตั้งแต่สัปดาห์ที่ 14 ถึงสัปดาห์ที่ 53 ของปี 2564 โดยข้อมูลเชิงปริมาณรวบรวมจากฐานข้อมูล Co-lab และ Co-ward ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์และอภิปรายกลุ่ม คัดเลือกผู้ให้ข้อมูลแบบเจาะจง คือ ผู้บริหาร/ผู้แทนของโรงพยาบาล ผู้ทรงคุณวุฒิ และทีมสหวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการ จำนวนทั้งสิ้น 126 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ได้แก่ จำนวน ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และการวิเคราะห์เนื้อหาผลการวิจัย พบว่า1. สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กรุงเทพมหานครมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงกว่าในปริมณฑล และขึ้นสูงสุดในสัปดาห์ที่ 32 (14,373 ราย/สัปดาห์ หรือเฉลี่ย 2,053 ราย/วัน) และในปริมณฑล มีจำนวนการติดเชื้อขึ้นสูงในสัปดาห์ที่ 32 โดยพบจำนวนผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 29 มีนาคม ถึง 31 ธันวาคม 2464 ในกรุงเทพมหานคร มีทั้งสิ้น 183,558 ราย ในเขตปริมณฑล จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงที่สุด คือ นนทบุรี รองลงมา คือ สมุทรปราการ และสมุทรสาคร (54,998, 34,499 และ 30,373 ราย ตามลำดับ) จำนวนเตียงที่ขึ้นทะเบียนรับผู้ป่วยโควิดทั่วประเทศจำนวน 154,942 เตียง เป็นเตียงในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 14.28 และเมื่อรวมเตียงในกรุงเทพมหานครกับปริมณฑล มีสัดส่วนเตียง ร้อยละ 23.01 ของเตียงทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียน2. การบริหารจัดการ ปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินการของระบบบริการ ในระดับตติยภูมิ และเครือข่าย ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สรุปได้ว่า2.1 ระบบบริการ (Service Delivery): มีการปรับระบบการให้บริการ โดยมีการใช้แนวคิดการบริหารจัดการระบบบริการที่รองรับภาวะวิกฤติและฉุกเฉิน ปรับโครงสร้างทางกายภาพรองรับผู้ติดเชื้อจำนวนมาก เลื่อนบริการผู้ป่วยไม่ใช่โควิดที่ไม่ฉุกเฉินออกไปก่อนพัฒนาแนวปฏิบัติในการให้บริการ และปรับการทำงานให้ทันกับสภาพการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ปัญหา/อุปสรรค พบว่า การให้บริการไม่ทั่วถึงในช่วงอัตราการติดเชื้อเพิ่มสูง เป็นโรคอุบัติใหม่ที่ยังรู้จักน้อยและไม่เชี่ยวชาญ ประชาชนตื่นตระหนก การบูรณาการการให้บริการระหว่างหน่วยงานไม่ชัดเจน และมีข้อจำกัดด้านคุณภาพการบริการ 2.2. บุคลากรสาธารณสุข (HEALTH WORKFORCE): มีการลดภาระงานไม่จำเป็น ระดมกำลังคน และแบ่งบทบาทหน้าที่ที่เหมาะสม พัฒนาสมรรถนะของบุคลากร สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของบุคลากร บำรุงขวัญกำลังใจ ปัญหา/อุปสรรค พบว่า ภาระงานหนักแม้นไม่ใช่หน้าที่ก็ต้องทำ และขาดบุคลากรในช่วงอัตราการติดเชื้อเพิ่มสูง และมีความกลัวและตื่นตระหนกในช่วงแรกของการระบาด2.3 ข้อมูลข่าวสาร (INFORMATION) ประกอบด้วย ระบบข้อมูลการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาล ระบบข้อมูลข่าวสารในการรายงานการดำเนินงานไปกระทรวงสาธารณสุข ระบบบันทึกข้อมูลการเบิกจ่ายจากหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และการสื่อสารข้อมูลข่าวสารกับประชาชนและผู้ป่วย ปัญหา/อุปสรรค พบว่า มีปัญหา ระบบข้อมูลสารสนเทศกลางของกระทรวงฯ ใช้งานยาก ระบบล่ม ระบบข้อมูลสารสนเทศเดิมที่ใช้อยู่ไม่รองรับบริการที่เพิ่มขึ้นและไม่เชื่อมต่อกับระบบข้อมูลสารสนเทศของกระทรวง ข้อมูลไม่ถูกต้อง ล่าช้า สื่อสารไม่ชัดเจน สัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่เสถียร 2.4 ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ วัคซีน และเทคโนโลยี(MEDICAL PRODUCTS, VACCINES & TECHNOLOGIES): พบว่า มีการปรับการดำเนินงานโดย การบริหารจัดการคลังและการกระจายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ วัคซีนแบบเร่งด่วน มีการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ทดแทนผลิตภัณฑ์การแพทย์ที่จำเป็น และ พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการ ปัญหาอุปสรรค พบว่า มีปัญหา ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ยา วัคซีน ขาดแคลนและราคาสูงขึ้น ในช่วงแรก การกระจายผลิตภัณฑ์ไม่ทั่วถึง เวชภัณฑ์บางอย่างไม่ได้ใช้ คุณภาพไม่ดี 2.5 การเงิน (FINANCING) ประกอบไปด้วยเงินงบประมาณของทางโรงพยาบาล เงินงบพิเศษ เงินเบิกจ่ายจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเงินบริจาค ปัญหา/อุปสรรค พบว่า ระบบการเบิกจ่ายเงินไม่ชัดเจน และมีข้อจำกัดในการเบิกจ่าย 2.6 การนำและการอภิบาลระบบ (LEADERSHIP/ GOVERNANCE) ผู้นำมีการคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าและตัดสินใจลงมือทำอย่างรวดเร็ว เป็นแบบอย่างที่ดีในการสู้งานหนัก ไม่ถอย ร่วมลงมือปฏิบัติ ติดตามควบคุมกำกับและให้คำปรึกษา สื่อสารสร้างความเข้าใจ กล้าตัดสินใจรับงานใหม่ ปรับเปลี่ยน mindset และมีธรรมาภิบาล ปัญหา/อุปสรรค เกิดจากการสั่งการในเขตกรุงเทพมหานครไม่มีเอกภาพ3 ถอดบทเรียนการบริหารจัดการ ในระบบบริการระดับตติยภูมิและเครือข่าย ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 สรุปได้ว่า บทเรียนและความสำเร็จเกิดจาก การเรียนรู้การจัดการกับปัญหาวิกฤติ เรียนรู้ร่วมกัน ร่วมแรงร่วมใจ ไม่เกี่ยงงาน แม้นเหนื่อยยากก็สู้ไม่ถอย คนไทยมีน้ำใจไม่ทิ้งกัน วิกฤตสร้างโอกาส ความรู้และที่ปรึกษาเชิงวิชาการ4 ข้อเสนอเชิงนโยบายระบบบริการของหน่วยบริการตติยภูมิ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ประกอบด้วย การทบทวนการจัดทำแผนจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและการบัญชาการอย่างเป็นเอกภาพ การพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารเป็นระบบเดียวกัน และทบทวนระบบการสำรองและการกระจายยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์