แนวทางในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจภายใต้บริบทประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนสำหรับธุรกิจสปาและนวดไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.) ศึกษาแนวทางการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจของธุรกิจ สปาและนวดไทย 2.) ศึกษาองค์ประกอบของการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ กระบวนการเรียนรู้จากพันธมิตรทางธุรกิจ และ ประสิทธิภาพการด าเนินงานด้านพันธมิตรของธุรกิจสปาและนวดไทย 3.)ศึกษาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุองค์ประกอบของการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ กระบวนการเรียนรู้จากพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการด าเนินงานด้านพันธมิตรของธุรกิจสปาและนวด ไทย การวิจัยครั้งนี้ใช้กระบวนการวิจัยและระเบียบวิธีวิจัยตั้งอยู่บนรากฐานการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ ในการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการหรือผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการพันธมิตรของธุรกิจสปาและนวดไทย จ านวน 10 คน ส าหรับการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการหรือผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการพันธมิตรของธุรกิจสปาและนวดไทย จ านวน 306 แห่ง การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคูณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Contents Analysis) ส่วนสถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ คือ จ านวน (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(Standard deviation) การวิเคราะห์ปัจจัย (Factor analysis) และ การวิเคราะห์ตัวแบบสมการโครงสร้าง (Structural equation modeling; SEM) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) ผลการศึกษาแนวทางการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจของธุรกิจสปาและนวดไทย พบว่า มีการจัดหาและเริ่มต้นติดต่อคู่พันธมิตรจากคู่ค้าของธุรกิจเดิมที่มีอยู่ คุณลักษณะส าคัญของคู่พันธมิตรทางธุรกิจนั้น สรุปได้ว่า ธุรกิจสปาและนวดไทยจะพิจารณาจากชื่อเสียงของธุรกิจ และความน่าเชื่อถือไว้วางใจได้ของธุรกิจ ในการท าความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ จะมีการด าเนินการ 2 แบบ คือ แบบไม่เป็นทาง และแบบเป็นทางการ ส าหรับเหตุผลในการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจนั้น มีเป้าหมายหลัก เพื่อเป็นการขยายตลาดหรือกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น รองลงมา คือ เป็นการยกระดับการให้บริการของธุรกิจ และท าให้ได้วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการให้บริการของธุรกิจ ที่ตรงกับคุณภาพและมาตรฐานตามที่ธุรกิจต้องการ 2) ผลการศึกษาองค์ประกอบของการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ กระบวนการเรียนรู้จากพันธมิตรทางธุรกิจ และ ประสิทธิภาพการด าเนินงานด้านพันธมิตรของธุรกิจสปาและนวดไทย พบว่า ภาพรวมขององค์ประกอบของการสร้างพันธมิตรของธุรกิจสปาและนวดไทย ทั้ง 5 องค์ประกอบ คือ ค ว า ม ผู กพัน ( Commitment) ห น้ าที่ ด้ านพัน ธ มิ ต ร (Alliance Function) ค ว า ม ร่ ว ม มื อ(Cooperation) และความไว้วางใจ (Trust) มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก แต่การมีประสบการณ์ด้านพันธมิตร (Alliance Experience) มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ า ในส่วนของภาพรวมของกระบวนการเรียนรู้จากพันธมิตรทางธุรกิจทั้ง 4 ด้าน พบว่า ด้านการประมวลความรู้ (Knowledge Codification)ด้านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้(Knowledge Internalization)ด้านการแบ่งปันความรู้(Knowledge Sharing) และ ด้านการก าหนดความรู้ที่ชัดเจน (Knowledge articulation) มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน ส าหรับ ประสิทธิภาพการด าเนินงานด้านพันธมิตรของธุรกิจสปาและนวดไทยมีค่าเฉลี่ยในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เช่นกัน 3) ผลการศึกษาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุองค์ประกอบของการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกระบวนการเรียนรู้จากพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการด าเนินงานด้านพันธมิตรของธุรกิจสปาและนวดไทย พบว่า ภาพรวมขององค์ประกอบของการสร้างพันธมิตรที่มีอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยกระท าผ่านกระบวนการเรียนรู้จากพันธมิตรทางธุรกิจไปยังประสิทธิภาพการด าเนินงานด้านพันธมิตร คือ ความผูกพัน (TE = 0.29) รองลงมา คือ ความไว้วางใจ (TE = 0.26)หน้าที่ด้านพันธมิตร (TE = 0.22) และประสบการณ์ด้านพันธมิตร (TE = 0.08) อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ ยกเว้น องค์ประกอบของการสร้างพันธมิตรด้านความร่วมมือ ถึงแม้จะมีค่าอิทธิพลรวม เท่ากับ0.09 แต่ไม่มีนัยส าคัญทางสถิติ โดยองค์ประกอบของการสร้างพันธมิตร ซึ่งกระท าผ่านกระบวนการเรียนรู้จากพันธมิตรทางธุรกิจ สามารถอธิบายความสัมพันธ์ที่มีต่อประสิทธิภาพการด าเนินงานด้านพันธมิตรได้ร้อยละ 65.80 (??2= 0.658)