ความสามารถในการสร้างคุณค่าของธุรกิจสปาในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำทางการตลาดของธุรกิจสปาในประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาประสบการณ์ทางการตลาดของธุรกิจสปาในประเทศไทย 3) เพื่อศึกษาความพร้อมด้านทรัพยากรของธุรกิจของธุรกิจสปาในประเทศไทย 4) เพื่อศึกษาความสามารถในการสร้างคุณค่าของธุรกิจสปาในประเทศไทย และ 5) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อความสามารถในการสร้างคุณค่าของธุรกิจสปาในประเทศไทย งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้ประกอบการธุรกิจสปาในประเทศไทย จำนวน 1,836 ราย กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างจากสูตรของ Taro Yamane ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนในการเก็บข้อมูลจนได้ข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามกลับคืน จำนวน 454 ราย เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามโดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบพหุคูณ และ การวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศหญิง อายุ 30-40 ปี สถานภาพสมรส จบการศึกษาระดับปริญญาตรี มีประสบการณ์ทำงานมากกว่า 15 ปี รายได้เฉลี่ยมากกว่า 50,000 บาท และเป็นเจ้าของกิจการ/ กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจสปาส่วนใหญ่เป็นสปาเพื่อสุขภาพ มีระยะเวลาดำเนินงาน 11-15 ปี มีทุนดำเนินงานต่ำกว่า 1,000,000 บาท มีรายได้ต่อปีต่ำกว่า 500,000 บาท มีพนักงานประจำน้อยกว่า 10 คน และส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับรางวัล ผู้บริหารธุรกิจสปามีการดำเนินการที่เกี่ยวกับภาวะผู้นำทางการตลาด ประสบการณ์ทางการตลาด และความพร้อมด้านทรัพยากรของธุรกิจในระดับมากทุกด้าน และความพร้อมด้านทรัพยากรของธุรกิจมีผลต่อความสามารถในการสร้างคุณค่าของธุรกิจสปาในระดับมาก ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่ามีอิทธิพลเชิงบวก ยกเว้นประสบการณ์ทางการตลาดเนื่องจากเป็นธุรกิจที่อาศัยคุณภาพของการบริการ และความรู้ของพนักงานซึ่งมีต้องมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ จึงต้องอาศัยความรู้ใหม่ๆ เพื่อใช้สร้างความสามารถในการสร้างคุณค่าของธุรกิจ