การพัฒนากลยุทธ์การตลาดแบบองค์รวม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพอย่างยั่งยืนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย กรณีศึกษาโรงแรมและรีสอร์ทสปา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากลยุทธ์การตลาดแบบองค์รวมที่สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย กรณีศึกษาโรงแรมและรีสอร์ทสปา กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้คือ โรงแรมและรีสอร์ทสปา ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย จำนวน 9 แห่ง มีจำนวนพนักงานทั้งสิ้น 725 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ โดยใช้วิธี Ordinary Least Square (OLS) ใน การทดสอบสมมติฐาน ผลการวิจัย พบว่า ตัวแปรการตระหนักถึงการทำงานและการให้รางวัลในการทำงานการขยายความสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย การสำรวจทัศนคติของพนักงาน การรักษาความสัมพันธ์ การเติม และการประชาสัมพันธ์ มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อการพัฒนากลยุทธ์การตลาดแบบองค์รวม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย กรณีศึกษาโรงแรมและรีสอร์ทสปา ดังนั้นโรงแรมและรีสอร์ทสปาจะต้องมีการมอบรางวัลในการทำงานดีเด่นแก่พนักงานที่มีส่วนในการสร้างการบริการที่เป็นเลิศ มีการดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ยาวนานจนกระทั่งพัฒนาไปสู่ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น มีการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อกระตุ้นให้เกิดการขายได้ในทันที มีการจัดสำรวจทัศนคติของพนักงาน เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อม บรรยากาศในการทำงาน ตลอดจนอุปสรรคในการปรับปรุงคุณภาพการบริการ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างและปรับปรุงความสัมพันธ์กับกลุ่มพนักงานและเจ้าหน้าที่ภายในองค์กร พนักงานจะต้องมีการเข้าหาและปฏิบัติกับลูกค้าด้วยการให้บริการที่น่าประทับใจเพื่อรักษาลูกค้าไว้ได้ยาวนาน มีการใช้สินค้าที่สามารถนำเอาบรรจุภัณฑ์เดิมที่ใช้สินค้าหมดแล้วมาเติมใช้ใหม่ได้ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะได้ และจะต้องมีการติดต่อสื่อสารขององค์กรไปสู่สาธารณชนที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จขององค์กร เพื่อสร้างทัศนคติ ความเชื่อถือ และภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร ทำให้การบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีคุณภาพและมีมาตรฐานในการให้บริการการท่องเที่ยวส่งผลทำให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป