การพัฒนาขีดความสามารถการแพทย์ทางเลือกด้านการแพทย์แผนไทยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ภาคเหนือตอนล่าง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนาขีดความสามารถการแพทย์ทางเลือกด้านการแพทย์แผนไทยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภาคเหนือตอนล่าง ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพเชิงพื้นที่ของสถานบริการสุขภาพด้านการแพทย์แผนไทยที่สอดคล้องกับการท่องเที่ยวทางการแพทย์ ในภาคเหนือตอนล่าง เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของนักท่องเที่ยวด้านการเข้ารับการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและเพื่อสร้างข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์และพัฒนาขีดความสามารถเพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์แผนไทยในภาคเหนือตอนล่าง เป็นการวิจัยประยุกต์ (Applied research) โดยใช้วิธีวิทยาแบบผสมผสาน (Combine Research หรือ Mixed Method) ระหว่างรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และรูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) แบ่งการศึกษาเป็น 3 ระยะ คือระยะที่ 1 การวิเคราะห์ศักยภาพและคุณภาพการบริการของสถานบริการการแผนแพทย์ไทยในภาคเหนือตอนล่าง เก็บรวบรวมข้อมูลกับผู้บริหารสถานปฏิบัติการแพทย์แผนไทยสังกัดมหาวิทยาลัย สังกัดโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ จำนวน 200 คน ระยะที่ 2 ศึกษาวิเคราะห์ความต้องการของนักท่องเที่ยวด้านการเข้ารับการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย เก็บรวบรวมข้อมูลกับนักท่องเที่ยว จำนวน 400 คน ระยะที่ 3 สร้างแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถการแพทย์ทางเลือกด้านการแพทย์แผนไทยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ภาคเหนือตอนล่าง โดยการสนทนากลุ่ม (Focus group discussion)และจัดประชุมกลุ่มย่อย / เสวนากลุ่มตัวแทนกลุ่มนักท่องเที่ยว กลุ่มเจ้าหน้าที่จากศูนย์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประจำจังหวัด และ กลุ่มผู้ให้บริการสถานบริการแพทย์แผนไทย วิเคราะห์ข้อมูลด้วย จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Binary Logistic Regression และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการศึกษาพบว่า ระดับขีดความสามารถด้านการให้บริการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระดับขีดความสามารถในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์แผนไทยและระดับขีดความสามารถในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์แผนไทย พบว่า จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดสุโขทัย มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าจังหวัดอื่นๆ นักท่องเที่ยวต้องการใช้บริการด้านการแพทย์แผนไทยไปพร้อมกันกับการท่องเที่ยว ร้อยละ 42.5 และมีทัศนคติเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ส่วนปัจจัยทำนายความต้องการของนักท่องเที่ยวด้านการเข้ารับการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยได้แก่ รายได้ (OR=2.254,95% CI= 1.213-4.186) และ ระดับความสนใจการท่องเที่ยวการแพทย์แผนไทย (OR=3.487,95% CI= 2.248-5.408) ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์และพัฒนาขีดความสามารถเพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์แผนไทยในภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ได้แก่ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างระบบการจัดการข้อมูลสารสนเทศการแพทย์แผนไทย และการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ประกอบด้วย 8 กลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐานระดับประเทศและระดับสากล ประกอบด้วย 7 กลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ออกแบบและปรับปรุงสถาปัตยกรรม อาคารสถานที่เพื่อเป็นเอกลักษณ์ ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาศักยภาพในการบริการทางการแพทย์แผนไทยเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ประกอบด้วย 4 กลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ที่ 5 พัฒนารูปแบบการให้บริการแพทย์แผนไทย ประกอบด้วย 9 กลยุทธ์ และยุทธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ให้บริการแพทย์แผนไทย ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์