ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมแนวใหม่: ศึกษากรณีของการปฎิรูปและการจัดการที่ดินในรูปแบบของโฉนดชุมชนในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยมุ่งศึกษาขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อเรียกร้องการจัดการที่ตินในรูปแบบโฉนตชุมชนในประเทศ ไทย เพื่อให้เข้าใจ (1) ความเป็นมาของการจัดการที่ดินรูปแบบโฉนดชุมชน (2) บริบททางเศรษฐกิจ สังคม-วัฒนธรรม และการเมืองที่มีผลต่อขบวนการคเสื่อนไหวทางสังคม (3) กลยุทธ์ที่ใช้ และ (4) ผลที่เกิดขึ้นตามมาของการเคลื่อนไหว การวิจัยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 30 คน และทำการวิเคราะห์โดยเน้นทัศนะของผู้มีส่วนร่วม โฉนดชุมชนป็นการจัดกรที่ดินรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากการจัดการการใช้ที่ตินในอตที่เนันกรรมสิทธิ์ของ ปัจเจก แต่เป็นกาารจัดการและใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐที่เนันกรรมสิทธิ์ร่วมของชุมชน งานวิจัยนี้ศึกษา 2 ขุมชนใน ภาคเหนือ และ 2 ชุมชนในภาคอีสาน ชุมชนในภาคเหนือผชิญกับสถานการณ์การสูญเสียที่ตินทำกินอันเป็นผล จาก นโยบายของรัฐที่ละเลยการให้ความสำคัญกับเกษตรกรรายย่อย การเคลื่อนไหวเพื่อยืดพื้นที่รกร้างส่งผลให้เกิดความ ขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับเจ้าของที่ดิน ขณะที่ชุมชนในภาคอีสานได้รับผลกระทบจากการกำหนดพื้นที่ป่าสงวนทับซ้อน กับพื้นที่ทำกินและอยู่อาศัยของประชาชน ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เครือข่ายปฏิรูป ที่ตินแห่งประเทศไทยระดับภาคด้รวมตัวกันป็นเครื่อข่ายปฏิรูปที่ตินแห่งประเทศไทย ใน พ.ศ. 2549 และไต้เสนอ แนวทางแก้ปัญหาโดยการจัดการที่ดินรูปแบบโฉนตชุมชน งานวิจัยพบว่า การเคลื่อนไหวทางสังคมต้านที่ดินเกิดขึ้นทั้ง ระดับชุมชน ภาค และประเทศ ในระดับชุมชน ชุมชนในภาคเหนือใช้กลยุทธ์แบบขัดขวางท้ทายการเมืองปกติโดยการ เข้ายึดพื้นที่รกร้าง ขณะที่ชุมชนในภาคอีสานใช้กลยุทธ์แบบปกติโดยการร้องเรียนปัญหากับหน่วยงานราชการ สลับกับกล ยุทธ์แบบขัดขวางท้าทายการเมืองปกติ ขณะที่การเคลื่อนไหวระดับประเทศและภูมิภาคปรากฎในรูปแบบของการชุมนุม เรียกร้องกตตันรัฐบาล ปัญหาการขาดแคลนที่ดินของเกษตรกรรายย่อยส่งผลให้เกิดความคับข้องใจ ความรู้สึกถูกพราก สิทธิ์ และความไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเชิงจิตวิทยาสังคมไม่เพียงพอต่อการสร้างการเคลื่อนไหวทางสังคม ปัจจัย ทางการเมือง โตยฉพาะโอกาสทางการเมือง ส่งผลต่อขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองและต่อความสามารถในการ ต่อรองของขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง นอกจากนี้ องค์กรเคลื่อนไหวทางสังคมเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จใน การระดมการมีส่วนร่วมและสนับสนุน หากพิจารณาในเชิงผลที่เกิดขึ้น ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมได้ผลลัพธ์ที่เป็น รูปธรรมคือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 นอกจากนี้ยังให้ประสบการณ์และการ เรียนรู้แก่กลุ่มผู้เข้าร่วมในการเคลื่อนไหวซึ่งนำไปปรับใช้ในการบริหารจัดการภายในชุมชน อย่างไรก็ตาม การลงมือ ปฏิบัติการแก้ปัญหาเกี่ยวกับที่ดินมีความลำช้และยังไมได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากนัก