กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาวิจัยนี้ มุ่งศึกษาหลักเกณฑ์การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน รวมถึงกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้อง สภาพข้อเท็จจริง ปัญหาและอุปสรรคในการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตลอดจนสภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของชุมชน ในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อจำกัดและอุปสรรคในการดำเนินงานตามนโยบายและเสนอแนวทางการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน จากการประเมินการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าว พบว่ารูปแบบการจัดที่ดินแบบแปลงรวมโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์นั้นมีความเหมาะสม แต่ยังมีปัญหาในนำนโยบายไปปฏิบัติทั้งในด้านการขาดความพร้อมด้านที่ดินที่จะนำมาจัด หลักเกณฑ์การจัดที่ดิน หน่วยงานของรัฐ และเกษรตรกร กระบวนการดำเนินงานมีความล่าช้าและไม่เหมาะสมกับแนวทางตามนโยบาย การดำเนินงานไม่ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ การศึกษาชี้ให้เห็นว่าควรมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ คือ ประการที่หนึ่ง สิทธิในที่ดินควรเป็นของชุมชนอย่างแท้จริง โดยในระยะแรกอาจอนุญาตให้องค์การบริหารส่วนตำบล แต่ในระยะยาวควรมีการทบทวนพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 เพื่อรับรองสิทธิชุมชนหรือให้มีการรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ รวมทั้งควรกำหนดหลักเกณฑ์ที่ให้ชุนชนต้องมีแนวทางหรือแผนงานในการจัดการที่ดินร่วมกันอย่างเป็นระบบ ประการที่สอง กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่สมควรได้รับการจัดที่ดิน โดยพิจารณาถึงความเป็นเกษตรกรที่มีความสามารถในการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างประสิทธิภาพภายใต้ข้อจำกัดของทรัพยากร ประการที่สาม ให้สามารถนำไปใช้ในการทำกิจการอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตรที่ดำเนินการโดยชุมชนและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และปรับเปลี่ยนวิธีการส่งเสริมการพึ่งพาตนเองเป็นการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพและการตลาดอย่างครบวงจร ประการที่สี่ ควรอนุญาตให้ชุมชนใช้ประโยชน์ในที่ดินได้อย่างถาวรหากไม่ปฏิบัติฝ่าฝืนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด และกำหนดอัตราการชำระค่าตอบแทนอย่างเหมาะสมเมื่อเทียบกับค่าตอบแทนการใช้ที่ดินในที่ดินประเภทอื่นและสิทธิที่จะได้รับ และประการที่ห้า ควรกำหนดบทบาทของชุมชนในการบริหารจัดการที่ดินและการกำกับดูแล
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
นักวิจัยมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีในการสังเกตการณ์และการรายงาน แต่เนื่องจากผู้ให้สัมภาษณ์เป็นเกษตรกรที่ยังไม่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีจึงมีอุปสรรคในการสัมภาษณ์ทางออนไลน์
นักวิจัยมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีที่ใช้ในการสังเกตการณ์และการรายงาน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness
การสำรวจข้อมูลภาคสนาม มีปัจจัยที่นักวิจัยไม่สามารถควบคุมได้เกิดขึ้นคือสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้แผนงานล่าช้าออกไป และการเข้าถึงข้อมูลภาคสนามเป็นไปได้ยากมากขึ้น ประกอบกับในพื้นที่เป้าหมายบางพื้นเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงผู้นำขุมชนทำให้มีอุปสรรคในการประสานงาน
นักวิจัยมีความพร้อมในการการระบุปัญหาและความพร้อมด้านสังคม