การศึกษาเชิงวิเคราะห์ผลของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาเชิงวิเคราะห์ผลของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุในประเทศไทย ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional survey research) ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative method) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสถานการณ์การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุในประเทศไทย 2) เพื่อวิเคราะห์ระดับของสุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิต สุขภาวะทางสังคม สุขภาวะทางปัญญา และสุขภาวะโดยรวมของผู้สูงอายุ 3) เพื่อวิเคราะห์ผลของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุในประเทศไทย 4) เพื่อนำเสนอแนวทางการบริหารจัดการในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุที่ส่งผลต่อการมีสุขภาวะที่ดีของผู้สูงอายุในประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปใน 5 ภาคของประเทศไทย จำนวน 1,098 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามด้านการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และแบบสอบถามด้านสุขภาวะ 4 ด้าน คือ สุขภาวะทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา ผลการวิจัยพบว่า ผลการวิเคราะห์สถานการณ์การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุไทย พบว่าชนิดของสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้มากที่สุดคือ ไลน์ ร้อยละ 53.70 ความถี่ของการใช้มากที่สุดคือ ใช้ทุกวัน ร้อยละ 60.40 วัตถุประสงค์ของการใช้มากที่สุดคือ ติดต่อบุคคลในครอบครัว ร้อยละ 27.70 บุคคลเป้าหมายของการใช้มากที่สุดคือ เพื่อนวัยเดียวกัน ร้อยละ 31.10 ใช้ส่งข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ร้อยละ 75.00 ผู้แนะนำให้ใช้สื่อออนไลน์มากที่สุดคือ บุตรหลาน ร้อยละ 53.10 สิ่งที่ทำมากที่สุดในการใช้สื่อสังคมออนไลน์คือ พิมพ์พูดคุยด้วยตนเอง ร้อยละ 48.50 ความถี่และระยะเวลาต่อครั้งของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุในกลุ่มที่ใช้ทุกวันพบว่า ผู้สูงอายุใช้ใช้สื่อสังคมออนไลน์วันละ 2-3 ครั้งมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 58.20 และมีระยะเวลาการใช้ต่อครั้ง 10-60 นาทีมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 49.10 ลักษณะข้อมูลด้านสุขภาพที่ผู้สูงอายุส่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าผู้สูงอายุส่งข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั่วไปมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 51.70 ผลการวิเคราะห์ระดับสุขภาวะรายด้านและสุขภาวะโดยรวมของผู้สูงอายุพบว่า ผู้สูงอายุมีระดับสุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิต สุขภาวะทางสังคม สุขภาวะทางปัญญา และสุขภาวะโดยรวม อยู่ในระดับปานกลาง ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสุขภาวะผู้สูงอายุจำแนกตามชนิดของสื่อสังคมออนไลน์ที่ผู้สูงอายุใช้บ่อยที่สุด 3 ชนิดคือ ไลน์ เฟสบุ้ค และยูทูป พบว่า ผู้สูงอายุที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกันมีสุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิต สุขภาวะทางสังคม สุขภาวะทางปัญญา และสุขภาวะโดยรวมไม่แตกต่างกัน ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสุขภาวะผู้สูงอายุจำแนกตามความถี่ของการใช้สื่อสังคมออนไลน์คือ ทุกวัน, 2-3วัน/ครั้ง, 1ครั้ง/สัปดาห์, มากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ พบว่า ผู้สูงอายุที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกันมีสุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิต สุขภาวะทางสังคม สุขภาวะทางปัญญา และสุขภาวะโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสุขภาวะผู้สูงอายุจำแนกตามระยะเวลาต่อครั้งของการใช้สื่อสังคมออนไลน์คือ ไม่เกิน10 นาที, 10-60 นาที, 1-2 ชั่วโมง, 2-3 ชั่วโมง, มากกว่า 3 ชั่วโมง พบว่า ผู้สูงอายุที่มีระยะเวลาต่อครั้งของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ แตกต่างกันมีสุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิต สุขภาวะทางสังคม และสุขภาวะทางปัญญา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสุขภาวะผู้สูงอายุจำแนกตามวัตถุประสงค์ของการใช้สื่อสังคมออนไลน์คือ ติดต่อกับบุคคลในครอบครัว ความเพลิดเพลิน คลายเครียด ค้นหาเพื่อนใหม่ ค้นหาข้อมูล ให้คำปรึกษา แจ้งข่าวสารของชุมชน และอื่นๆ ต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุพบว่า ผู้สูงอายุที่มีวัตถุประสงค์ของการใช้สื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกันมีสุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิต สุขภาวะทางสังคม สุขภาวะทางปัญญา และสุขภาวะโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสุขภาวะผู้สูงอายุจำแนกตามบุคคลเป้าหมายของการใช้สื่อสังคมออนไลน์คือ คู่สมรส ลูก หลาน ญาติ เพื่อนวัยเดียวกัน เพื่อนต่างวัย และอื่นๆ ต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุพบว่า ผู้สูงอายุที่มีบุคคลเป้าหมายของการใช้สื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกันมีสุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิต สุขภาวะทางสังคม สุขภาวะทางปัญญา และสุขภาวะโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสุขภาวะผู้สูงอายุจำแนกตามการส่งข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์คือ ไม่ได้ส่ง การดูแลสุขภาพทั่วไป การป้องกันโรค และการดูแลสุขภาพในวัยสูงอายุ พบว่า ผู้สูงอายุที่มีบุคคลเป้าหมายของการใช้สื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกันมีสุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิต สุขภาวะทางสังคม สุขภาวะทางปัญญา และสุขภาวะโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05