การเร่งกระบวนการสกัดสมุนไพรด้วยคาร์บอนไดออกไซด์วิกฤติยิ่งยวดเพื่อเพิ่มศักยภาพในการนำไปใช้ประโยชน์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีเป้าหมายหลักในการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือที่สนับสนุนการใช้คาร์บอนไดออกไซด์วิกฤติยิ่งยวด ในการสกัดสารชีวภาพจากสมุนไพร โดยงานวิจัยนี้เลือกใช้ดอกเก็กฮวยเป็นตัวอย่างสมุนไพรที่ใช้ในการสกัด จากการศึกษาการสกัดในเบื้องต้นด้วยวิธีการแช่หรือ Maceration ดอกเก็กฮวยอบแห้งที่บดเป็นผงในเอทานอล 99.98% นั้น ไม่สามารถวิเคราะห์สารสาคัญที่สกัดได้จากดอกเก็กฮวย เนื่องจากในขั้นตอนการวิเคราะห์หาสารสาคัญ เมื่อทาการระเหยเอทานอล ตะกอนที่ได้ไม่สามารถละลายได้ในตัวทาละลายอื่น และมีลักษณะเป็นเป็นของแข็งหนืด ทาให้ไม่สามารถนาไปทดสอบคุณสมบัติทางชีวภาพได้ ดังนั้นจึงได้ทาการทดลองสกัดดอกเก็กฮวยอบแห้งที่บดเป็นผงด้วยคาร์บอนไดออกไซด์วิกฤติยิ่งยวด ที่ปริมาณผงเก็กฮวย 1.5 กรัม ด้วยเครื่อง Supercritical Fluid Extractor หรือ SFEs ยี่ห้อ ISCO รุ่น SFX-220 เปรียบเทียบกับการสกัด ผงเก็กฮวย 3.0 กรัม ด้วยเครื่อง Supercritical Fluid Extractor ที่ผู้วิจัยได้ออกแบบสร้างขึ้น จากผลการทดสอบพบว่าสารสกัดที่ได้จากการสกัดด้วยเครื่อง SFE ของ ISCO ทางานที่ความดัน 100 และ 200 บาร์ พบว่าสารที่สกัดได้มีลักษณะใสสีเหลืองอ่อน และเมื่อวิเคราะห์ด้วยเครื่องโครมาโตกราฟีเหลวสมรรถนะสูง หรือ HPLC พบว่า สารสกัดที่ได้จากทั้งสองความดันมีประมาณที่ไม่แตกต่างกัน ขณะที่ เมื่อทดสอบด้วยเครื่อง SFE ที่ออกแบบสร้างเอง ที่สกัดผงเก็กฮวยอบแห้งจานวน 3 กรัม พบว่าที่ความดัน 200 บาร์ มีปริมาณของสารที่สกัดได้มากกว่าการสกัดที่ 100 บาร์ 1.76 เท่า จะเห็นได้ว่าการสกัดผงเก็กฮวยอบแห้งด้วยคาร์บอนไดออกไซด์วิกฤติยิ่งยวด ให้ผลดีกว่าการสกัดด้วยวิธีแช่ และการใช้เครื่องที่พัฒนาขึ้นเมื่อเพิ่มความดันจะได้ปริมาณสูงกว่าเครื่องที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ