ภาวะผู้นำของพระสังฆาธิการกับการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารตามหลักพุทธจริยธรรมาภิบาล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อพัฒนารูปแบบภาวะผู้นำของพระสังฆาธิการกับการส่งเสริมประสิทธิภาพ การบริหารตามหลักพุทธจริยธรรมาภิบาล ๒) เพื่อตรวจสอบรูปแบบภาวะผู้นำของพระสังฆาธิการกับการ ส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารตามหลักพุทธจริยธรรมาภิบาล และ ๓) เพื่อทดลองใช้รูปแบบภาวะผู้นำของ พระสังฆาธิการกับการส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารตามหลักพุทธจริยธรรมาภิบาล กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารวัดในประเทศไทย จำนวน ๓๕๐ คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัย คือ แบบสอบถามวิเคราะห์ข้อมูลโดยการ ตรวจสอบความตรงของรูปแบบ ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทาง สถิติ ผลการวิจัย พบว่า ๑) รูปแบบภาวะผู้นำของพระสังฆาธิการกับการส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารตาม หลักพุทธจริยธรรมาภิบาล ประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ด้าน ได้แก่ (๑) คุณลักษณะส่วนตัวของผู้นำ ได้แก่ ร่างกาย อารมณ์และจิตใจ สังคม สติปัญญา และคุณธรรม (๒) ทักษะความเป็นผู้นำ ได้แก่ การวางแผน การตัดสินใจ การมีส่วนร่วม การสื่อสาร และการทำงานแบบเครือข่าย และ (๓) คุณลักษณะภาวะผู้นำ ได้แก่ การสร้างวิสัยทัศน์ การสร้างบารมี การคำนึงถึงความเป็นเอกบุคคล การกระตุ้นการใช้ปัญญา และการ สร้างแรงบันดาลใจ ๒) การตรวจสอบความตรงของรูปแบบพบว่ารูปแบบมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูล เชิงประจักษ์ พิจารณาได้จากค่าไค-สแควร์ ที่แตกต่างจากศูนย์อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ มีค่าเท่ากับ ๑๐๔.๕๙ ที่องศาอิสระ ค่า df = ๘๖ ค่า p = ๐.๐๖๗๕๘ ค่าดัชนีวัดความกลมกลืน (GFI) = ๐.๙๗ ค่าดัชนี วัดความกลมกลืนที่ปรับแก้แล้ว (AGFI) = ๐.๙๖ และค่าดัชนีรากของค่าเฉลี่ยกำลังสองของส่วนที่เหลือ (RMR) = ๐.๐๐๔๕ ผลการทดลองใช้รูปแบบภาวะผู้นำของพระสังฆาธิการกับการส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหาร ตามหลักพุทธจริยธรรมาภิบาลกับวัด ๓ แห่ง คือ วัดหนองไผ่ วัดเด่นวัว และวัดป่าหนองโกสามัคคีธรรม พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก