การศึกษาประชากร การเคลื่อนย้าย และนิสัยการกินอาหารของนกปากห่าง (Anastomus oscitans (Boddaert)) ในพื้นที่จังหวักนครสวรรค์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จังหวัดนครสวรรค์ ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร และอุทัยธานี ระหว่างเดือนมกราคม 2547 ถึงมิถุนายน 2550 ขั้นตอนการดำเนินการ I. การศึกษาประชากร โดยการ สำรวจแหล่งทำรังวางไข่ของนกปากห่าง และนับจำนวนรังทุกรังในแหล่งทำรังวางไข่ที่พบ 2. การศึกษาการเคลื่อนย้าย ทำการสำรวจตรวจนับจำนวน พร้อมทั้งตำแหน่งพิกัดที่พบในเส้นทาง สำรวจ และนำข้อมูลที่ได้มาระบุดำแหน่งในแผนที่เพื่อดูการเคลื่อนข้าขและการแพร่กระจาย 3. การศึกษานิสัยการกินอาหาร ทำการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการกินอาหารของนกปากห่าง ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. บันทึกชนิด จำนวน และขนาดของเหยื่อ รวมถึงการสำรวจปริมาณของหอยเชอรี่ใน แปลงตัวอย่างขนาด 1 ม. X 1 ม. ใบพื้นที่หากิน 3 รูปแบบ จากการศึกษาพบว่า พบแหล่งทำรังวางไข่ของนกปากห่างทั้งหมด 6 แหล่งทำรังวางไข่ (colony) โดยพบในจังหวัฒนกรสวรรค์ 5 colony และพบในจังหวัดพิจิตร I colony จำนวนประชากร ประเมินจากตัวเต็มวัยได้ดังนี้ ในปี พ.ศ. 2547 มี 20,642 ตัว (10.321 รัง) ปี พ.ศ. 2548 มี 35,282 ตัว (17,641 รัง) ปี พ.ศ. 2549 มี 38,590 ตัว (19,29 รัง) และปี พ.ศ. 2550 มี 53,662 ตัว (26,83 1 รัง) นก ปากห่างเคลื่อนข้ยและแพร่กระจายตามรัศมีจากจุดศูนย์กลางแหล่งทำรังวางไข่ที่บึงบอระเพ็ด มาก ที่สุดในระยะรัศมี ร-10 กิโลเมตร กิดเป็นร้อยละ 49.2 และเคลื่อนข้ยและแพร่กระจายตามทิศทาง มาก ที่สุดทางทิศเหนือ หรือร้อยละ 33.1 นกปากห่างหาอาหารกินตลอดวันโดยจับหอยเชอรี่กินสูงสุดในช่วงเวลา 09.01-10.00 น. โดยจับหอยกินตั้งแต่ 34-281 ตัว หรือมีค่าเสี่ย 123 ตัว/วัน และจากการสำรวจปริมาณของหอยเชอรี่ ในแปลงตัวอย่างพบว่ในพื้นที่แปลงนาข้าวที่ใถแล้วขังไม่ได้หว่านเมล็ดข้าวมีค่เฉลี่ยมากที่สุดคือ 2.49 ตัว/ม. และจะพบหอยเซอรี่ในแปลงตัวอย่างทั้ง 3 รูปแบบมากในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม