กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาประสิทธิภาพของเครื่องมือแพสะดุ้งในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี ทำการเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำจากชาวประมงทำเครื่องมือแพสะดุ้ง จำนวน 3 จุดสำรวจ แบ่งพื้นที่จุดสำรวจละ 2 บริเวณ ดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2552 ถึงเดือนกันยายน 2553 ผลการศึกษาพบว่าประสิทธิภาพการจับโดยเครื่องมือแพสะดุ้งในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี มีปริมาณผลจับเฉลี่ยตลอดทั้งปี เท่ากับ 4,360 กรัม ต่อ ยอต่อ คืน โดยพบว่าพื้นที่ตอนล่างมีปริมาณผลจับเฉลี่ยมากที่สุด คือ 5,120 กรัมต่อยอต่อคืน พื้นที่ตอนบนมีปริมาณผลจับเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ 4,180 กรัม ต่อ ยอ ต่อ คืน และผลจับเฉลี่ยในแต่ละเดือนในทุกพื้นที่สำรวจทั้ง 3 ไม่มีความแตกต่างทางสถิติ โดยที่ปลาที่ถูกจับเป็นหลักได้แก่ ปลาซิวแก้ว และ ปลาแป้นแก้ว การแพร่กระจายของปลาต่างจุดสำรวจและฤดูกาล เนื่องจากปี 2553 มีปริมาณน้ำในเขื่อนน้อยมากในรอบหลายๆปี จึงทำให้จุดสำรวจใกล้ฝั่งไม่สามารถเก็บตัวอย่างปลาได้ ทำการเก็บตัวอย่างปลาได้เฉพาะในเดือน ธันวาคม 2552 และเดือน มีนาคม 2553 แต่ชนิดปลาที่จับได้เป็นจำนวนมากและพบทุกจุดสำรวจ ได้แก่ ปลาซิวแก้ว และ ปลาแป้นแก้ว การแพร่กระจายของปลาในแต่ละพื้นที่ ชนิดของปลาที่พบในการศึกษาครั้งนี้มีจำนวน 27 ชนิด พบว่าปลาที่พบทุกจุดสำรวจ ได้แก่ปลาซิวแก้ว ปลาแป้นแก้ว ปลาถั่วงอก ปลากระทุงเหว ปลาซิวหางแดง ปลาซิวหางกรรไกร และปลาบู่ โดยที่ปลาหลักทั้งสองชนิดคือ ปลาแป้นแก้วและ ปลาซิวแก้ว ซึ่งมีความยาวอยู่ระหว่าง 1.0 - 4.8 และ 0.9 - 4.5 เซนติเมตร ตามลำดับ ดัชนีความมากชนิดเท่ากับ 1.36 + 0.30 ดัชนีความเท่าเทียม 0.68 + 0.05 และดัชนีความหลากหลายมีค่าเฉลี่ย 1.49 + 0.20 ซึ่งมีค่าในระดับว่าแหล่งน้ำสภาพคุณสมบัติของน้ำอยู่ในระดับดีที่สิ่งมีชีวิตพออาศัยอยู่ได้ ที่สามารถพบได้ในแหล่งน้ำที่มีสภาวะปกติทั่วไป การแพร่กระจายของชนิดสัตว์น้ำตามเดือนสำรวจและจุดสำรวจ พบว่าเดือนมีนาคม จะมีดัชนีความคล้ายคลึงมากที่สุด 81.43 ในเดือนกันยายน มีดัชนีความคล้ายคลึงต่ำที่สุด 26.12 ส่วนผลการวิเคราะห์แบบหลายตัวแปร สามารถแบ่งสัตว์น้ำตามเดือนสำรวจแตกต่างกันโดย ในเดือนธันวาคมฤดูหนาวสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ในเดือนมีนาคมฤดูแล้งน้ำน้อยสามารถแบ่งได้ 1 กลุ่ม ในเดือนพฤษภาคม ต้นฤดูฝน ในเดือนกันยายน สามารถแบ่งกลุ่มได้ 2 กลุ่ม