Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2561

การพัฒนาต่อยอดการเพาะเลี้ยงปลิงทะเล Holothuria scabra เชิงพาณิชย์

ธเนศ พุ่มทอง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2561

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยงปสิงทะเลชนิด Holothuria scabraไห้ มีประสิทธิภาพสูงชื้นโดยเน้นการศึกษาช่วงฤดูกาลสีบพันธุ์ การชุนเลี้ยงในบ่อคอนกรีต พัฒนาเทคนิคการอนุบาล เพื่อเพิ่มอัตรารอดตายของลูกปสิงทะเลระยะโดสิโอลาเรีย จนถึงชนาด 1.0-2.0 เชนติเมตร และศึกษารูปแบบการ เลี้ยงปสิงทะเลรูปแบบต่งๆ เพื่อขยายผลสู่เกษตรกรและพัฒนาการเพาะเลี้ยงปสิงทะเลชนิด H.scabro สู่เชิง พาณิชย์ โดยโครงการวิจัยนี้ประกอบด้วยการศึกษาย่อย 5 เรื่อง ดังนี้ การศึกษาที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะพันธุ์ปลิงทะเลโดยการศึกษาฤดูกาลสืบพันธุ์ ศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะพันธุ์ปสิงทะเสโดยการศึกษาฤดูกาลสืบพันธุ์ดำเนินการเก็บ รวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปสิงทะเลน้ำหนัก 200 กรัมชื้นไป จากบ้านเกาะปู จ.กระบี่ เดือนละ 1 ครั้ง นำมากระตุ้นให้ ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ จนครบระยะเวลา 12 เตือน พบว่ในช่วงเตือนมกราคมปสิงทะเลมีเปอร์เซ็นต์การปล่อยเซลล์ สืบพันธุ์มากที่สุด 36.00+5.2196 รองลงมาคือ เดือนกุมภาพันธ์มีเปอร์เซ็นต์การปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ 23.07+9.65% และมีแนวโน้มลดจำนวนลงในเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน โดยในเตือนกรกฎาคม-กันยายน ปลิงทะเลไม่ปล่อยเซลล์ สืบพันธุ์ออกมา และเริ่มปล่อยซลล์สีบพันธุ์อีกครั้งในเดือนตุลาคม-ธันวาคม สำหรับผลการศึกษาการพัฒนาอวัยวะ สร้างซลล์สียพันธุ์ของปสิงทะเลที่เก็บรวบรวมจากธรรมชาติโดยยังไม่ผ่านการกระตุ้นให้ปล่อยเซลส์สืบพันธุ์พบว่ เดือนเมษายน กรกฏาคม สิงหาคม และกันยายน ไม่พบปสิงทะเลที่มีการพัฒนาอวัยวะสร้างเชลส์สืบพันธุ์ในระยะ mature สำหรับเดือนที่มีการพัฒนาเป็นระย: mature สูงที่สุด 100.00% คือเดือนมีนาคม ในเดือนเมษายนพบ การพัฒนาอวัยวะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ในระยะ spawn สูงที่สุด 91.669 และผลการพัฒนาอวัยวะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ของปสิงทะเลจากธรรมชาติที่ผ่านการกระตุ้นให้ปล่อยเชลล์สืบพันธุ์แต่ไม่ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์พบว่าปสิงทะเลส่วน ใหญ่เป็นปลิงที่ไม่พบอวัยวะสร้างเชลส์สืบพันธุ์หรือพบแต่มีขนาดเล็ก สำหรับปริมาณการปล่อยเซลล์สืบพันธุ์พบว่ ในเดือนมกราคมมีจำนวนปสิงทะเลปล่อยเซลล์สืบพันธุ์มากที่สุด 36% รองลงมาคือเดือนกุมภาพันธ์ 23.07% หลังจากนั้นปสิงทะเลมีจำนวนปล่อยเซลส์สีบพันธุ์ลดลงจนถึงเดือนมิถุนายน และเริ่มปล่อยเชลล์สืบพันธุ์เพิ่มชื้นอีก ครั้งในเดือนตุลาคมถึงธันวาคม จากการศึกษาครั้งนี้สรุปได้ว่าปสิงทะเลชนิด Holothuria scabra บริเวณบ้านเกาะ จังหวัดกระบี่ สามารถปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ เตือน คือช่วงเตือนตุลาคมมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิน้ำสูงกว่า 28 c ส่วนในช่วงที่อุณหภูมิน้ำต่ำกว่า 28 * ปสิงทะเลจะไม่ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาและไม่มีการพัฒนาเชลล์ สืบพันธุ์ในระยะ mature สำหรับปสิงทะเลที่กระตุ้นแล้วไม่ปล่อยเซลล์บพันธุ์เป็นปสิงทะเลที่ยังไม่มีการพัฒนา อวัยวะสร้างเซลส์สืบพันธุ์หรือมีขนาดเล็ก ช่วงเวลาและปริมาณที่ควรเก็บปสิงทะเลมากระตุ้นกรณีมีความต้องการไข่ 1-2 ล้านฟอง ในช่วงเดือนตุลาคมกุมภาพันธ์ ปริมาณที่เก็บ 40-50 ตัว ในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน ควรปริมาณ เพิ่มขึ้น 2-5 เท่า ส่วนในเดือนกรกฏาคม-กันยายนไม่ควรเก็บปสิงทะเลมากระตุ้น การศึกษาที่ 2 การพัฒนาเทคนิการขุนเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปสิงทะเลให้สมบูรณ์เพศ ศึกษาการชุนเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปสิงทะเลในบ่อคอนกรีต โดยแบ่งเป็น 2 ขุดการทดลอง ชุดการทดลองที่ 1 ขุนเลี้ยงปสิงทะเลในบ่อคอนกรีตแล้วนำมากระตุ้นให้ปล่อยซลส์สืบพันธุ์ทุก 1 เดือน และชุดการทดลองที่ 2 ขุน เลี้ยงปสิงทะเลในบ่อคอนกรีตแล้วนำมากระตุ้นให้ปล่อยเซลส์สีบพันธุ์ทุก2 เดือน ดำเนินการในบ่อคอนกรีตขนาด 1x10x1 เมตร ปูพื้นทรายที่กันบ่อหนาประมาณ 3 เชนติเมตร นำหญ้าทะเลชนิด Halophila ovalis มาปลูกในบ่อ และนำปลาสอดชนิด Poeciia latipinna มาเลี้ยงร่วมกันเพื่อช่วยกำจัดแมลงน้ำและปรสิตที่ตัวปสิงทะเลนำ ปลิงทะเลที่วบรวมได้จากธรรมชาติน้ำหนัก 200 กรัม/ตัว ขึ้นไป ขุนเลี้ยงในบ่อที่เตรียมไว้ความหนาแน่น 12 ตัว/ ตารางเมตร นำปสิงทะเลขึ้นมากระตุ้นให้ปล่อยเชลส์สีบพันธุ์และส่งตรวจการพัฒนาอวัยวะสร้างเซลส์สืบพันธุ์ตาม กำหนดในแต่ละชุดการทดลอง เมื่อขุนเลี้ยงปสิงทะเลครบระยะเวลา 12 เดือนพบว่ในชุดการทดลองที่ 1 ในเดือน กุมภาพันธ์มีจำนวนปสิงทะเลปล่อยชลส์สืบพันธุ์สูงสุด 30% หลังจากนั้นในเดือนมีนาคมและเมษายนปสิงทะเลมี อัตราการปล่อยเซลล์สืบพันธุ์น้อยลงอยู่ที่เตือนละ 69โดยพบเฉพาะปสิงเพศผู้ สำหรับในเดือนพฤษภาคม ปสิงทะเลริ่กลับมาปล่อยซลส์สืบพันธุ์อีกครั้งปริมาณ109และมีปริมาณลดลงในเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และ สิงหาคมมีปลิงปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ 2.0, 1.33 และ 1.334 ตามลำดับหลังจากนั้นในเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม ปสิงทะเลไม่ปล่อยซลล์สืบพันธุ์ออกมาอีก ผลการศึกษาการพัฒนาอวัยวะสร้างเซลส์สืบพันธุ์พบว่าในเดือน กุมภาพันธ์ถึงเดือนมิถุนายนปสิงทะเลมีการพัฒนาอวัยวะสร้างเซลส์สืบพันธุ์ในระยะ mature สูงที่สุดหลังจากนั้นมี ปริมาณลดน้อยลงและไม่พบการพัฒนาอวัยวะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ในระยะmature ในเตือนตุลาคม, พฤศจิกายน และธันวาคมสำหรับในชุดการทดลองที่ 2 พบว่ในเดือนมีนาคม พฤษภาคม และกรกฎาคม ปสิงทะเลมีเปอร์เซ็นต์ ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ 6, 8 และ 1.339 โดยเดือนพฤษภาคมปสิงทะเลมีเปอร์เซ็นต์การปล่อยเชลส์สีบพันธุ์มากที่สุด สำหรับในเดือนกันยายนและพฤศจิกายนปสิงทะเลไม่มีการปล่อยเซลส์สีบพันธุ์ผลการพัฒนาเซลส์สืบพันธุ์พบว่า ในช่วงเตือนมีนาคม และพฤษภาคม การพัฒนาอวัยวะสร้างชลล์สืบพันธุ์อยู่ในระยะ proliferative phaseแล: เดือนกรกฎาคมกันยายน และพฤศจิกายน ไม่พบการพัฒนาอวัยวะสร้างเซลส์สืบพันธุ์ในระยะ mature จาก การศึกษาครั้งนี้จึงสรุปได้ว่าการขุนเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปสิงทะเลในบ่อคอนกรีตอาจมีระยะเวลาในการชุนเลี้ยงได้จำกัด ในช่วงเวลา 1-6 เตือน หลังจากนั้นอาจพิจารณานำปสิงทะเลลงปรับสภาพหรือขุนเลี้ยงในบ่อดินหรือในทะเลเพื่อให้ ปลิงทะเลได้รับสารอาหารจากธรรมชาติและมีความหลากหลายของสารอาหารที่ดี การศึกษาที่ 3 การพัฒนาระบบการอนุบาลเพื่อเพิ่มอัตรรอดตายตัวอ่อนปลิงทะเลระยะโดลิโอลาเรีย จนถึง ขนาด 1.0 เซนติเมตร ศึกษาการอนุบาลลูกปสิงทะเ เลระยะโดสิโอลาเรียจนถึงขนาด 1.0 เชนติเมตร ในบ่อคอนกรีตขนาด 1.3x6.7x0.6 เมตร ภายในบ่ออนุบาลส่วัสดุล่อไดอะตอมและวัสดุสำหรับให้ตัวอ่อนปสิงทะเลลงเกาะเป็น ถุงพลาสติกสีขาวขุ่นนำมาตัดให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 20x20 เชนติเมตร มัดมุมด้านหนึ่งรวมกันให้เป็นช่อด้วย ย่างวง ถ่วงปลายด้นที่มัดรวมกันด้วยทุ่นปูน นำไปวางในบ่อทดลอง จำนวน 60 พวง/บ่อ โดยคำนวณพื้นที่ผิวในบ่อ ทั้งหมด 407,100 ตารางเซนติเมตร นำลูกปสิงทะเลระยะโดสิโอลาเรียลงอนุบาลในบ่อที่เตรียมล่อได้อะตอมไว้แล้ว ที่ระดับความหนาแน่นแตกต่างกัน 3 ระดับ ได้แก่ 1 ตัว/10 ตารางเซนติเมตร, 1 ตัว/20 ตารางเชนติเมตร และ 1 ตัว/30 ตารางเซนติเมตร โดยทำการศึกษา 2 ครั้ง ในครั้งที่ 1 เมื่อนำลูกปสิงทะเลลงอนุบาลแล้วเติมหัวเชื้อได อะตอมลงในบ่ออนุบาลสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และสุ่มปสิงทะเลเพื่อมาศึกษาขนาดของปากและทางเดินอาหาร เมื่อ ได้ผลการศึกษาในครั้งที่ 1 แล้วจึงนำมาปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการให้อาหารในการศึกษาครั้งที่ 2 ทำการศึกษาครั้ง ละ 35 วัน เมื่อสิ้นสุดการทดลองพบว่ ในการศึกษาครั้งที่ ลูกปลิงทะเลทั้ง 3 ชุดการทดลองมีอัตรารอดตายเฉลี่ย 26.14+3.12 , 26. 24t2.1 8และ 24.50+1.494 ตามลำดับ โดยทั้ง 3 ชุดการทดลองมีอัตรารอดตายไม่แตกต่างกัน (P>0.05) มีจำนวนลูกปสิงทะเลเหลือในบ่อทดลอง 2,047.70+83.02, 5,340.87+943.79 และ 9,973.89+605.34 ตัว/บ่อ ตามลำดับ โดยขนาดปาก และทางเดินอาหารลูกปสิงทะเลหลังลงเกาะ 7, 14, 21, 28 และ 35 วัน มีขนาด ปากระหว่าง 18.96- 23.23, 20.25-72.38, 20.76- 38.88, 100 -261 และ 209-595 มm ตามลำดับขนาดทางเดิน อาหารระหว่าง 100.25-191.53 282.41-1,687.14, 436.82-688.93, 980.56-1,550.36 และ 2,155.55 3,376.78 มM ตามลำดับ สำหรับขนาดความกว้างและความยาวของเซลล์ไดอะตอมอายุ 1, 5 และ 10 วันหลังการ เพาะเลี้ยงในถังอนุบาล มีขนาด 12.40-17.0, 16.79-46.32, 34.22:34.00 มm และ20.60-31.67, 126.77 307.57, 244.90-362.56 มM ตามลำดับ ในการศึกษาครั้งที่ 2 เมื่อได้ปรับเปสี่ยนรูปแบบการให้อาหารปลิงทะเลโดยใช้ข้อมูลการศึกษาในครั้งที่ 1 พบว่าปสิงทะเลทั้ง 3 ชุดการทดลองมีอัตรารอดตายเฉลี่ย 45.46+7.56, 48.670.64และ 45.79+7.06% ตามลำดับ โดยทั้ง 3 ชุดการทดลองมีค่ไม่แตกต่างกัน (P>0.05)สำหรับผลผลิตปสิงทะเลที่ได้เฉลี่ยต่อบ่อ 18507.23*605.34, 9907.54 +130.67และ 6214.37+958.13 ตัว/บ่อ จากการศึกษาครั้งนี้สรุปได้ว่าการอนุบาล ลูกปสิงทะเลระยะโดสิโอลาเรียที่ความหนาแน่น 1 ตัว/10 ตารางเซนติเมตร จะให้ผลผลิตลูกปสิงทะเลสูงที่สุดและ การอนุบาลลูกปลิงทะเลในช่วง 1-21 วันหลังลงเกาะต้องให้ไดอะตอมที่มีขนาดเล็กกว่า 15 มจึงจะเหมาะสมกับ การอนุบาลลูกปสิงทะเล การศึกษาที่ 4 การเลี้ยงปลิงทะเลในบ่อคอนกรีตโดยใช้น้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ศึกษาการเลี้ยงปสิงทะเลในบ่อคอนกรีตโดยใช้น้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ดำเนินการศึกษาเป็น เมตร โดยบ่อ 1 ขุด ระยะเวลา 8 เดือน การศึกษาใช้บ่อคอนกรีตทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าชนาด 1.3x6.7x0.6 ประกอบด้วยบ่อจำนวน 2 บ่อ ที่มีผนังบ่อเชื่อมติดกันใช้ท่อพีวีซีเชื่อมต่อกันทางกันบ่อให้น้ำไหลเวียนถึงกันได้ ติดตั้ง ป็มน้ำชนาด 65w ตึงน้ำจากบ่อเลี้ยงปสิงทะเลให้ใหลไปยังบ่อเลี้ยงกุ้งและน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งไหลกลับไปยังบ่อเลี้ยง ปสิงทะเลทางท่อที่เชื่อมต่อไว้ท้ายบ่อในอัตรา 2 สิตร/นาที พร้อมติดตั้งระบบให้อากาศทั่วบ่อ ในบ่อเลี้ยงปสิงทะเล ปูพื้นบ่อด้วยทรายละเอียดหนา 3 เซนติเมตร นำลูกปสิงทะเลน้ำหนักเฉสี่ยเริ่มต้น 43.85+0.18 กรัม จำนวน 35 ตัว/บ่อ อีกหนึ่งบ่อใส่ลูกกุ้งขาวแวนนาไมที่ความหนาแน่นแตกต่างกัน2 ระดับได้แก่ 700 และ 1,400 ตัว/ตาราง เมตร เมื่อเลี้ยงปสิงทะเลป็นระยะเวลา 8 เดือน พบวำปสิงทะเลทั้ง 2 ชุดการทดลองที่ มีอัตราการเจริญเติบโต จำเพาะ 0.21+0.1 1 และ 0.27t0.20 กรัม/ตัว/วัน และมีอัตรารอดตาย 85.71+1.20 และ 84.77+0.58% โดย อัตราการเจริญเติบโตจำเพาะและอัตรารอดตายทั้ง 2 ชุดการทดลองมีค่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) สำหรับ มูลค่าของปสิงทะเลและกุ้งขาวในชุดการทดลองที่ 1 และ 2 เมื่อเลี้ยงจนครบ 8 เดือน สามารถเลี้ยงกุ้งขาวได้ 2 ครั้งๆละ 4 เดือน โดยมีมูลคำของสัตว์น้ำทั้ง 2 ชนิดรวม 15,001 และ 15,416บาท คิดเป็นกำไร 5,192.11 และ 4,737.11 บาท จากการศึกษาการเลี้ยงปสิงทะเลในบ่อคอนกรีตโดยใช้น้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งตลอดระยะเวลา 8 เดือน พบว่าปลิงทะเลที่เลี้ยงยังมีขนาดเล็กราคาจำหน่ายยังไม่สูงซึ่งหากเลี้ยงต่ออีก 8-12 เดือน คาดว่ปสิงทะเลจะมี น้ำหนัก 200-250 กรัม มีราคาจำหน่าย 200-250 บาพ/ตัว ซึ่งจะทำให้ได้ผลกำไรมากขึ้นและอาจพิจารณาเพิ่ม อัตราความหนาแน่นของปสิงทะเลเพื่อให้ได้ผลผลิตมากขึ้นด้วย การศึกษาที่ 5 เทคนิคการเลี้ยงปลิงทะเลจนถึงขนาดสมบูรณ์เพศ ศึกษาการเลี้ยงปสิงทะเลจาก กการเพาะเลี้ยงจนถึงขนาดสมบูรณ์เพศ โดยทำการศึกษาการเสี้ยงใน 2 พื้นที่ ได้แก่ การเลี้ยงในบ่อติน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบศีรีชันธ์ และการเลี้ยงใน ทะเล บริเวณชายฝั่งทะเลบ้านกาะปู อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ทั้ง 2 พื้นที่เลี้ยงปสิงทะเลในกระชังพลาสติกขนาด 5x5x5 มตร ในชุดการทดลองที่เลี้ยงในบ่อดินกางกระชังโดยใช้ไม้ไผ่ปักเป็นเสาสำหรับซึงกระชังสี่มุมโดยใช้เชือกยึด กระชังไว้กับเสาทั้งด้านปากกระชังและกันกระชัง สำหรับชุดการทดลองที่ดำเนินการในทะเลใช้ท่อพีวีซีขนาด 3 นิ้ว ปักเป็นเสาสำหรับชีงกระชัง ภายในท่อพีวีซีปักไม้ไว้เป็นแกนกลางพร้อมกรอกปูนชีเมนต์ลงไปภายในท่อเพื่อให้ สามารถต้านทานแรงคลื่นลมได้ งกระชังสี่มุมโดยใช้เชือกยึดกระชังไว้กับเสาทั้งด้านปากกระชังและกันกระชังนำ ปสิงทะเลที่ได้จากการเพาะพันธุ์ในโรงเพาะฟักขนาดน้ำหนักและความยาวเฉลี่ยเริ่มต้น 8.72+5.43 กรัม และ 4.53+1.15 เซนติเมตร ลงเลี้ยงในกระชังทั้ง 2 พื้นที่ในอัตราความหนาแน่น 5 ตัว/ตารางเมตร เมื่อเลี้ยงปลิงทะเล เป็นเวลา 2 เตือน ปสิงทะเลที่เสี้ยงในบ่อดินและในทะเลมีน้ำหนักและความยาวเฉสี่ย 30.95+17.84, 31.49+0.69 กรัม และ 8.23+2.29, 8.38+0.78 เซนติเมตร สำหรับชนิดของดินตะกอนและปริมาณสารอินทรีย์บริเวณแหล่ง เลี้ยงทั้ง 2 แหล่ง พบว่าในบ่อดินเป็นดินตะกอนชนิด รandy loam ปริมาณสารอินทรีย์ 3.86% และในทะเลเป็น ดินตะกอนชนิด loamy sand ป3มาณสารอินทรีย์ 2.62 8 ซึ่งพบว่าทั้ง 2 แหล่งเลี้ยงมีปริมาณทรายที่มีขนาด 0.05-0.1 ไมครอนเป็นองค์ประกอบหลักซึ่งปสิงทะเลสามารถจับเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารได้ดีกว่าตะกอนดินขนาด เล็ก จากการศึกษาครั้งนี้สรุปได้ว่าแหล่งเลี้ยงปสิงทะเลทั้ง 2 แหล่งมีความเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยชองปสิงทะเล เนื่องจากพื้นดินมีองค์ประกอบที่เป็นทรายซึ่งปสิงทะเลสามารถจับเข้าสู่ทางเดนอาหารได้ดีเป็นส่วนมาก

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การเลี้ยงปลิงทะเล Holothuria scabra รูปแบบต่างๆ เพื่อขยายผลสู่เกษตรกร

อาภรณ์ เทพพานิช สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2563

การพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลิงทะเลชนิด Holothuria scabra Jaeger, 1833 เพื่อการเพิ่มผลลิต

ธเนศ พุ่มทอง กรมประมง พ.ศ. 2562

การศึกษาความเป็นไปได้ที่จะสร้างระบบการเพาะเลี้ยง ปลิงทะเล Holothuria scabra ในเชิงการค้าและศักยภาพในการเพาะเลี้ยงร่วมกับกุ้งและปลาทะเล

บุญเสริม วิทยชำนาญกุล มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2555

การปรับปรุงพันธุ์ปูทะเล Scylla paramamosain (Estampador, 1949) เพื่อการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์

กฤษณุพันธ์ โกเมนไปรรินทร์ กรมประมง พ.ศ. 2564

การศึกษาชีววิทยาของประชากรปูทะเล Scylla spp. ในอ่าวตราด จังหวัดตราด

สนธยา กูลกัลยา มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี พ.ศ. 2552

โครงการ ศึกษาการบริหารจัดการและการนำทรัพยากรประมงมาใช้ประโยชน์เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก กรณีศึกษา การเพาะเลี้ยงหอยบริเวณแนวเสาคอนกรีตชะลอคลื่น บ้านตันหยงเปาว์ ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

รุซยี มะสะนิง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การศึกษาวิธีการลำเลียงปูทะเล (Scylla paramamosain Estampador, 1949) วัยอ่อน ระยะซูเอียถึงระยะลูกปูคราบสาม

จารุวรรณ เรืองทอง กรมประมง พ.ศ. 2563

ความเป็นด่างของน้ำที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต และอัตรารอดตายของลูกปูทะเล [Scylla paramamosain Estampador, 1949]

สรรเสริญ ช่อเจี้ยง กรมประมง พ.ศ. 2552

ผลของระดับโปรตีนและไขมันในอาหารสำเร็จรูปต่อการสืบพันธุ์ของปลิงขาว (Holothuria scabra).

สุนิตา เลี่ยมใหม่ กรมประมง พ.ศ. 2562

การเจริญเติบโตของปูทะเล (Scylla spp.) หลังการลอกคราบ

ภัทราวดี ศรีมีเทียน มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. 2562