ผลของไคโตซานต่อการเจริญเติบโตของต้นกล้ามะเขือเทศอุตสาหกรรม พันธุ์ ‘เพอร์เฟคโกลด์ 111’ ในสภาพปลอดเชื้อและในถาดหลุมเพาะ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ศึกษาอัตราการใช้ไคโตซานที่เหมาะสม ต่อการเจริญเติบโตของต้นกล้ามะเขือเทศในสภาพปลอดเชื้อและในถาดหลุมเพาะกล้า วางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (completely randomized design, CRD) 1) การศึกษาอัตราส่วนผสมไคโตซานในสภาพปลอดเชื้อ 0, 5, 10, 50 และ 100 ppm บนอาหารสูตร MS(1962) พบว่ามะเขือเทศอุตสาหกรรม พันธุ์ ‘เพอร์เฟคโกลด์ 111’ สามารถงอกและเจริญเติบโตได้ในทุกตำรับ และต้นกล้าอายุ 3 สัปดาห์ มีน้ำหนักสดเฉลี่ยสูงที่สุด 0.306 กรัมต่อต้น และน้ำหนักแห้งดีที่สุดเฉลี่ย 13.9 มิลลิกรัมต่อต้น ที่ความเข้มข้นของไคโตซาน 10 ppm ในอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสูตร MS(1962) อัตราส่วนผสมที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้การเจริญเติบโตและมวลชีวภาพของต้นกล้ามะเขือเทศลดลง 2) การศึกษาอัตราส่วนผสมของไคโตซานผงในดินผสมปลูกเป็น 0, 0.1, 0.5 และ 1 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนักแห้ง เพาะเมล็ดมะเขือเทศ ‘เพอร์เฟคโกลด์ 111’ ที่กระตุ้นความงอกในที่มืดเป็นระยะเวลา 3 วัน ทำการบันทึกข้อมูลความสูงต้น น้ำหนักสด น้ำหนักแห้ง จำนวนใบ ขนาดความกว้าง ความยาวของใบ และความเข้มคลอโรฟิลล์ใบ ผลการศึกษาพบว่าเมื่ออายุต้นกล้า 4 สัปดาห์หลังเพาะ อัตราส่วนไคโตซานต่อน้ำหนักดินผสมปลูกแห้ง 1 เปอร์เซนต์ ส่งผลให้ต้นกล้ามะเขือเทศมีมวลชีวภาพ ขนาดของใบ และความเข้มคลอโรฟิลล์ใบดีที่สุด ดังนั้นผลของไคโตซานที่มีต่อการเจริญเติบโตของมะเขือเทศเพอร์เฟคโกลด์ 111 ได้ดีที่สุด ในสภาพปลอดเชื้อมีอัตราส่วนที่เหมาะสมเป็น 10 ppm และผลของไคโตซานเมื่อผสมลงในดินผสมปลูกได้อัตราส่วนที่เหมาะสมเป็น 1 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนักดินแห้ง