การวิเคราะห์เชิงพื้นที่และรูปแบบการกระจายของสารหนูปนเปื้อนในน้ำบาดาลและดินในนาข้าว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สารหนู (Arsenic) พบได้โดยทั่วไปในสิ่งแวดล้อม และถูกใช้เป็นสารประกอบในยาฆ่าแมลง และยากำจัดศรัตรูพืช เกษตรกรใช้ป้องกันแมลงและศัตรูพืชต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าวและพืช ทำให้มีสารหนูปนเปื้อนในดินและน้ำบาดาล ประชาชนสามารถรับสารหนูได้จากการสัมพัส หรือการหายใจ หรือการดื่มน้ำ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินปริมาณสารหนูในน้ำบาดาล และในดินนาข้าว 2) วิเคราะห์รูปแบบการกระจายของสารหนูและประมาณค่าสารหนูปนเปื้อนในดินและน้ำบาดาล เก็บตัวอย่างน้ำบาดาล จำนวน 31 บ่อ ประมาณ 1,000 มิลลิลิตร ด้วยขวด high density polyethylene และเก็บตำแหน่งพิกัดด้วยเครื่อง GPS สำหรับดินในนาข้าว จำนวน 30 ตัวอย่าง โดยเก็บเป็นรูปตารางสี่เหลี่ยม ระยะหางระหว่างจุด 10 x 10 เมตร จนครบพื้นที่ศึกษาขนาด 100 x 30 เมตร ทำการขุดดินความลึก 0-15 เซ็นติเมตร จากผิวดินเก็บประมาณ 100 กรัม จากนั้นสารหนูกลุ่ทตัวอย่างน้ำบาดาล และดินถูกวิเคราะห์ด้วย Atomic Absorption Spectrometry และใช้สถิติสหสัมพันธ์วิเคราะห์รูปแบบการกระจายของสารหนูด้วย cluster and outlier Analysis: Anselin Local Morans I และการประมาณค่าของสารหนูด้วย Indicator kriging interpolate ผลการศึกษาพบว่า น้ำบาดาลพบปริมาณสารหนูจำนวน 22 บ่อ สำหรับนาข้าวไม่พบสารปนเปื้อน การวิเคราะห์สถิติสหสัมพันธ์เชิงพื้นที่ด้วย Moran’s I พบว่ามีความสัมพันธ์เชิงพื้นที่เป็นกลุ่มทางตอนใต้จะมีรูปแบบการกระจายเป็นกลุ่มมาก สถิติสหสัมพันธ์เชิงพื้นที่ เป็นวิธีการที่ทำนายสารหนูปนเปื้อนในน้ำบาดาลและสามารถใช้ประโยชน์ในการวางแผนและการตัดสินใจในการป้องกันและควบคุมโรคจากสารหนู