Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

การใช้ประโยชน์ชุดตรวจดินภาคสนามกรมพัฒนาที่ดินสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยสำหรับการปลูกข้าวในจังหวัดน่าน

สุนีย์รัตน์ โลหะโชติ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

กรมพัฒนาที่ดินได้พัฒนาชุดตรวจสอบดินภาคสนาม (LDD Soil Test Kit) เพื่อใช้แทนชุดตรวจดินภาคสนามที่ผลิตโดยองค์กรอื่น จึงได้มีการศึกษาการใช้ประโยชน์ชุดตรวจดินภาคสนามกรมพัฒนาที่ดินสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยสำหรับการปลูกข้าวพันธุ์ กข. 6 ในจังหวัดน่าน เพื่อศึกษาแนวทางการใช้ LDD Soil Test Kit ที่เหมาะสมสำหรับใช้ประเมินอัตราการใส่ปุ๋ยสำหรับการปลูกข้าว และศึกษาการเจริญเติบโต ผลผลิต และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ดำเนินการในปี พ.ศ. 2556-2558 วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block Design มีจำนวน 4 ซ้ำ 6 วิธีการ ประกอบด้วย 1.ควบคุม (ไม่ใส่ปุ๋ยทุกชนิด) 2.ใส่ปุ๋ยตามวิธีการและอัตราที่เกษตรกรเคยปฏิบัติ 3.ประเมินอัตราปุ๋ยจากค่าวิเคราะห์ดินโดยใช้เกณฑ์ของกรมวิชาการเกษตร 4.ประเมินอัตราปุ๋ยจากค่าวิเคราะห์ดินโดยใช้ปริมาณการดูดใช้ไนโตรเจนของพืชร่วมกับการปลดปล่อยไนโตรเจนจากอินทรียวัตถุในดินและประสิทธิภาพการดูดใช้ไนโตรเจนของพืชที่ 50 %และค่าวิกฤตของฟอสฟอรัสในดินที่ 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และค่าวิกฤตโพแทสเซียมในดิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมเป็นเกณฑ์ 5.อัตราปุ๋ยสูงสุดตามเกณฑ์ของกรมวิชาการเกษตร 6.ประเมินอัตราปุ๋ยโดยใช้ค่าวิเคราะห์ดินจากชุดตรวจสอบดินภาคสนาม (LDD Soil Test Kit)โดยใช้เกณฑ์ของกรมวิชาการเกษตร ผลการศึกษาพบว่า ข้าวพันธุ์ กข. 6 มีการตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ยเคมีแต่ละอัตราอย่างมีนัยสำคัญ โดยวิธีการที่ 4 ทำให้ได้ผลผลิตข้าวดีที่สุด 752 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งไม่แตกต่างกันทางสถิติกับวิธีการที่ 2,3,5 และ 6 ให้ผลผลิต 717,611,712 และ 739 กิโลกรัมต่อไร่ แต่เมื่อคิดผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจ ในวิธีการที่ 6 ได้ผลตอบแทนสุทธิ 5,572 บาทต่อไร่ และมีอัตราส่วนของผลตอบแทนต่อต้นทุน(B/C ratio) 1.38 ซึ่งมีค่ามากกว่า 1 แสดงว่าเหมาะสมในการเลือกลงทุน ดังนั้น การประเมินอัตราปุ๋ยโดยใช้ค่าวิเคราะห์ดินจากชุดตรวจสอบดินภาคสนาม (LDD Soil Test Kit) มีความเหมาะสมในการที่เกษตรกรจะเลือกใช้ในการประเมินการใส่ปุ๋ยในนาข้าวเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้

คำสำคัญ

ข้าวธาตุอาหารพืชชุดตรวจดินภาคสนาม

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนามสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยในการปลูกผัก ในจังหวัดลำพูน

สุพัตรา จีรัตน์ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 พ.ศ. 2558

การใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนาม สำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยในการปลูกข้าวโพด ในจังหวัดลำพูน

ณธรรศ สมจันทร์ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2558

การใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนามสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยในการปลูกข้าว ในจังหวัดเชียงใหม่

ทิวา ปาตีคำ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 พ.ศ. 2558

การใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนามสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยในการปลูกข้าว ในจังหวัดนครสวรรค์

สุทธิพงศ์ วทานียเวช กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2559

การใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนามสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยในการปลูกผัก ในจังหวัดเชียงใหม่

สุวิมล พุทธจรรยาวงศ์ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2559

การศึกษาการจัดการดินที่เหมาะสมเพื่อปลูกข้าวโพดแบบเศรษฐกิจพอเพียง ในเขตพัฒนาที่ดิน จังหวัดลพบุรี

กิตติมา ศิวอาทิตย์กุล กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2557

การพัฒนาระบบควบคุมการให้ปุ๋ยน้ำตามค่าวิเคราะห์ดินสำหรับการปลูกข้าวโพด

สุริยา อดิเรก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2557

ผลของการจัดการดินที่เหมาะสมโดยการใช้พืชปุ๋ยสดร่วมกับปุ๋ยชีวภาพต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตยางพาราในกลุ่มชุดดินที่ 40

กัญญาพร สังข์แก้ว กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2557

การใช้ผลิตภัณฑ์กรมพัฒนาที่ดิน กับกาการใช้ผลิตภัณฑ์กรมพัฒนาที่ดิน กับการจัดการดินในกลุ่มชุดดินที่ 51 ชุดดินระนองเพื่อปลูกส้มโอในเขตพัฒนาที่ดินจังหวัดชุมพร

ยุพาพร นาควิสัย สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 11 พ.ศ. 2556

โครงการวิจัยการทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตอ้อยที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพพื้นที่

ทักษิณา ศันสยะวิชัย กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2558