การศึกษาการปนเปื้อนสารมลพิษในนาข้าว บริเวณพื้นที่รับน้ำอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในพื้นที่ปลูกข้าว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ผลการศึกษาปริมาณสารเคมีที่ปนเปื้อนในนาข้าวและแหล่งน้ำจากการเก็บตัวอย่างจำนวน 40 จุด ไม่พบปริมาณสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในดิน แต่พบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในน้ำ คือ กลุ่มคาร์บาเมต ได้แก่ Fenobucarb 0.18 ug/l กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต ได้แก่ chlorpyrifos 0.11 ug/l และ Triazophos <0.10 ug/l กลุ่มไพรีทรอยด์ ได้แก่ Cypermethrin 2.28 ug/l ซึ่งมีค่าไม่เกินมาตรฐานกำหนด แม้ว่าในงานวิจัยนี้จะไม่พบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ คาร์โบฟูรานและมาลาไธออน ก็ตาม แต่ก็ทำให้ทราบว่าพื้นที่ปลูกข้าว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยามีปริมาณสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในดินและน้ำไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด ผลการศึกษาปัจจัยที่มีสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้สารเคมีพบว่า ประสบการณ์การปลูกข้าว ความเกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมี พฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อตนเองตามหลักวิชาการ ความรู้ในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทัศนคติ ความรู้ ความเข้าใจและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.05) ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและระดับผลตรวจการคัดกรองเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชต่ออาการผิดปกติจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สถิติ Chi square test พบว่าความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชต่ออาการผิดปกติจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของกลุ่มตัวอย่าง มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.002) และความสัมพันธ์ระหว่างระดับผลตรวจการคัดกรองเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชต่ออาการผิดปกติจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของกลุ่มตัวอย่างมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.05)