กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บึงบอระเพ็ดในอดีตเป็นเพียงเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง (flood plain) ของแม่น้ำน่าน คลองบอน และคลองบอระเพ็ด บริเวณคลองมีชุมชนชาวแพอาศัยอยู่ และมีชาวนาอาศัยอยู่ตามริมฝั่ง เมื่อมีการสร้างฝาย และประตูระบายน้ำในสมัยรัชกาลที่ 6 (พ.ศ.2470) จึงกลายเป็นบึงที่อุดมด้วยพืชสัตว์นานาชนิดและเป็นแหล่ง เพาะพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนที่สำคัญ ของแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมามีการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำเริ่มจากการเพิ่มความสูงสันฝายในปี 2535 และขุดลอกบึงเพื่อนำดินมาถมเป็นถนนคันบึงในปี 2543 ทำให้เกิด ข้อโต้แย้งระหว่างรัฐกับประชาชนว่าคนบุกรุกบึงหรือบึงบุกรุกคนเมื่อผนวกกับปัญหาทรัพยากรประมงลดลง จากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของบึง และการทำการประมงที่ผิดกฎหมาย ส่งผลให้ มาตรการทางกฎหมายที่กรมประมง ใช้ควบคุม บริหารจัดการทรัพยากรประมงในบึงบอระเพ็ดไม่บรรลุผล ผลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มข้าราชการสังกัดกรมประมง ในจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ รวมถึงการสัมภาษณ์ประชาชนที่อาศัยในบริเวณบึงบอระเพ็ด ตำบลชุมแสง ทับกฤช ท่าตะโก และเขาพนมเศษ พบว่าความไม่สอดคล้องกันระหว่างการอนุรักษ์ฟื้นฟูของกรมประมง กับความต้องการของ ชุมชน คือปัญหาหลัก ที่ผ่านมาชุมชนไม่เคยรับรู้ถึงผลประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับจากมาตรการจัดการ ทรัพยากรประมงเลย ตัวอย่างเช่น กรมประมงกำหนดเขตอนุรักษ์โดยชุมชนไม่มีส่วนร่วมตัดสินใจ ทำให้ขาด ข้อมูลที่จำเป็นในการบริหาร จัดการทรัพยากรประมง ทำให้เกิดการไม่ยอมรับจากชุมชน ส่งผลให้มาตรการ จัดการทรัพยากรประมงไม่มีประสิทธิภาพ และไม่มีความสัมพันธ์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงในบึง บอระเพ็ด ดังนั้น กรมประมงควรส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการ สำรวจ วางแผน และตัดสินใจโครงการหรือแผนพัฒนาต่างๆ และเร่งส่งเสริมให้พื้นที่ชุ่มน้ำบึงบอระเพ็ด ได้รับการเสนอ เป็น Ramsar Site อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย