ประสิทธิภาพของมาตรการในการจัดการทรัพยากรประมงในแม่น้ำชี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาประสิทธิภาพของมาตรการจัดการทรัพยากรประมงในแม่น้้าชี ด้าเนินการรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ประชากรกลุ่มตัวอย่าง ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านริมแม่น้้าชีในเขตจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานีจ้านวน 400 ราย โดยท้าการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2550 ถึงกันยายน 2551 แล้วน้าข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์สถิติพรรณนาและวิเคราะห์สหสัมพันธ์ของปัจจัยตัวแปรอิสระ และตัวแปรตาม ผลการศึกษาพบว่า ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 400 ราย จ้าแนกเป็นเพศชายร้อยละ 61.8 และเพศหญิงร้อยละ 38.2 ประชากรส่วนใหญ่ร้อยละ 30 มีอายุระหว่าง 41-50 ปี และร้อยละ 67.8 จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ประชากรส่วนใหญ่ร้อยละ 61 เป็นผู้มีรายได้น้อยไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน และร้อยละ 91 อาศัยอยู่ในชุมชนบริเวณรอบแม่น้้าชีเป็นระยะเวลานานมากกว่า 15 ปี ประชากรส่วนใหญ่ร้อยละ 75.2 ท้าการประมงเป็นอาชีพรอง จากการสอบถามประชากรกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับประเด็นความรู้ความเข้าใจในมาตรการจัดการทรัพยากรประมง พบว่าร้อยละ 44.1 มีความรู้ความเข้าใจในด้านการจัดท้ามาตรการ และร้อยละ 63.3 มีความรู้ความเข้าใจด้านมาตรการที่ใช้ในปัจจุบัน โดยเข้าใจดีว่าประชาชนมีสิทธิในการก้าหนดมาตรการโดยผ่านเวทีประชาคม ซึ่งมาตรการที่ดีที่สุดคือ ประชาชนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากร ส่วนประเด็นการมีส่วนร่วมในมาตรการจัดการทรัพยากรประมงในระดับชุมชนและมาตรการในระดับประเทศอยู่ในระดับปานกลางมากที่สุดเฉลี่ยร้อยละ 32.7 และ 24.2 ตามล้าดับ โดยในระดับชุมชนมีส่วนร่วมมากที่สุดเรื่องการให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎระเบียบของชุมชน ส่วนการมีส่วนร่วมในระดับประเทศ พบว่าชุมชนได้ประโยชน์จากการปฏิบัติตามมาตรการจัดการทรัพยากรประมง ในขณะที่ประชากรกลุ่มตัวอย่างมีส่วนร่วมน้อยมากในการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จับกุมผู้กระท้าผิดกฎหมายด้านการประมง ส้าหรับประเด็นประสิทธิภาพของมาตรการจัดการทรัพยากรประมงด้านกระบวนการ ประชากรกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เฉลี่ยร้อยละ 40.2 มีความไม่แน่ใจในประสิทธิภาพด้านกระบวนการ แต่เห็นด้วยในประสิทธิภาพด้านการน้าไปปฏิบัติเฉลี่ยร้อยละ 38.1 และด้านการยอมรับของประชาชนเฉลี่ยร้อยละ 35.5 การศึกษาพบว่าทั้งปัจจัยส่วนบุคคล และปัจจัยแวดล้อมมีผลต่อประสิทธิภาพมาตรการจัดการทรัพยากรประมงในแม่น้้าชี โดยพบว่าปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ และระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในชุมชน มีผลต่อประสิทธิภาพในด้านการยอมรับมาตรการ ที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซนต์ (p < 0.05) โดยประชากรที่มีอายุมากและอาศัยอยู่บริเวณแม่น้้าชีเป็นเวลานานจะยอมรับในมาตรการจัดการทรัพยากรประมงมากกว่าผู้มีอายุน้อยและอาศัยอยู่บริเวณแม่น้้าชีไม่นาน ส่วนปัจจัยแวดล้อมพบว่าความรู้ความเข้าใจในมาตรการที่ใช้ในปัจจุบัน และการมีส่วนร่วมของประชากรมีผลต่อมาตรการจัดการทรัพยากรประมงทั้งในระดับชุมชน และระดับประเทศ โดยมีผลต่อประสิทธิภาพด้านกระบวนการ ด้านการน้าไปปฏิบัติ และด้านการยอมรับมาตรการของประชาชน ที่ระดับความเชื่อมั่น 99 เปอร์เซนต์ (p < 0.01) ปัญหาอุปสรรคของการจัดการทรัพยากรประมงในแม่น้้าชี ที่ส้าคัญคือการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติกฎหมายประมง โดยมีการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย และมีการลักลอบจับปลาในเขตอนุรักษ์ ประชาชนขาดความรู้และไม่ให้ความสนใจเรื่องการอนุรักษ์พันธุ์ปลา ส่วนข้อเสนอแนะของประชากรกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ควรจัดให้มีการปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม และพันธุ์ปลาในเขตอนุรักษ์ เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้้าในแม่น้้าชี