ความหลากชนิดของแมลงกินได้ และพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ปรุงจากแมลงกินได้ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการศึกษาความหลากชนิดของแมลงกินได้และพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ปรุงจากแมลงตามวิถีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 จนถึงเดือนมกราคม 2560 โดยเก็บตัวอย่างทั้งหมด 5 บริเวณ ได้แก่ บ้านน้าดุกเหนือ บ้านน้าคาเหนือ บ้านน้าดุกศรีทอง บ้านน้าดุกหลังศูนย์ และบ้านหนองอ้อ และเก็บข้อมูลสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เช่น อุณหภูมิ และปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยของแต่ละเดือนจากการสำรวจ พบว่าแมลงกินได้มีทั้งหมด 5 อันดับ 9 วงศ์ 11 ชนิด สามารถจำแนกได้ 2 Phylum ได้แก่ Phylum Hexapoda และ Phylum Insecta และจากการศึกษาทางอนุกรมวิธานสามารถจำแนกชนิดลักษณะทางสัณฐานวิทยาของแมลงกินได้ที่พบมากที่สุด ได้แก่ วงศ์ Orthoptera คิดเป็น 69.84% รองลงมา ได้แก่ วงศ์ Hemiptera คิดเป็น 11.93% ส่วนวงศ์ที่พบน้อยที่สุด ได้แก่ วงศ์ Odonata คิดเป็น 3.96% ซึ่งแมลงกินได้ที่สารวจพบเจอจะมี 11 ชนิด ประกอบไปด้วยแมงกระชอน , แมงดานา , ตั๊กแตนตาข้าว , แมงหน้างา , จิ้งหรีดทองดา ,จิ้งหรีดทองแดง , แมงกุดจี่ ,แมลงตับเต่า , มดแดง ,ผึ้ง และจิ้งโกร่ง โดยจะพบเจอจิ้งหรีดท้องดาเป็นจำนวนมากที่สุด หลังจากนั้นนำมาหาค่าดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพ (Diversity Index, H’) พบว่าพื้นที่ที่มีความหลากหลายของแมลงกินได้มากที่สุด คือ บ้านน้ำคาเหนือ (H’ = 2.114) รองลงมา ได้แก่ บ้านน้ำดุกหลังศูนย์ (H’ = 2.026) ส่วนบ้านหนองอ้อ (H’ = 1.818) จะพบความหลากหลายของแมลงกินได้ต่ำที่สุด ส่วนดัชนีความสม่ำเสมอ (Evenness Indice, E) พบว่าในแต่ละพื้นที่มีดัชนี ความสม่ำเสมอใกล้เคียงกันไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของการกระจายพันธุ์ของชนิดแมลงกินได้ นอกจากนี้การศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ปรุงจากแมลงกินได้ตามวิถีภูมิปัญญาท้องถิ่น พบว่ามีองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาที่มีความสัมพันธ์ระหว่างแมลงกินได้กับวิถีชุมชนหลายด้าน โดยได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้รู้จักแหล่งอาศัยตามธรรมชาติของแมลง รู้จักจำแนกชนิดของแมลงกินได้ วิธีการเก็บแมลง รวมถึงการนำแมลงกินได้ไปปรุงเป็นอาหารในรูปแบบต่าง ๆ โดยอาศัยวิธีการสังเกต ประสบการณ์ ความคุ้นเคย การติดตามผู้ใหญ่ออกไปเก็บแมลง และ การสอบถามจากผู้เฒ่าผู้แก่ ซึ่งองค์ความรู้ที่ได้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นในการใช้ประโยชน์ และการเก็บแมลงกินได้ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทำให้คนในชุมชนมีอาชีพ รู้จักพึ่งตนเอง และพึ่งพาธรรมชาติของชุมชน ทำให้เศรษฐกิจของชุมชนมีความเป็นอยู่ทีดีขึ้น ส่งผลให้คนในชุมชนตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีทรัพยากรธรรมชาติที่มีความหลากหลายให้ดำรงอยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืนตลอดไป