การสำรวจความหลากชนิดและจัดทำฐานข้อมูลเสียงของค้างคาวในมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการศึกษาวิจัยความหลากชนิดของค้างคาวในมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขต กาญจนบุรี ในระหว่างปี พ.ศ. 2555 ซึ่งมีการเก็บข้อมูลไปทั้งหมด 4 ครั้ง (กรกฏาคม กันยายน พฤศจิกายน ธันวาคม) จากค้างคาวทั้งหมด 72 ตัว ที่สามารถจับและจำแนกชนิดได้ พบค้างดาวทั้งหมด 17 ชนิดพันธุ์ อยู่ในอันดับค้างดาวกินผลไม้ (Megachiroptera) จำนวน 3 ชนิดพันธุ์ และอันดับค้างดาว กินแมลง (Microchiroptera ) จำนวน 15 ชนิดพันธุ์ ด้างคาวที่สามารถจับได้เป็นจำนวนตัวมากที่สุดใน สามอันดับแรกได้แก่ ค้างคาวมงกุฎปลอมเล็ก (Rhinolophus coelophyllus) จับได้ 14 ตัว คิดเป็น 19.44% ของจำนวนค้างดาวที่จับได้ทั้งหมด ค้างดาวกิตติ (Craseonycteris thonglongyal) จับได้ 12 ตัว หรือคิดเป็น 16.67% และ Large-eared roundleaf bat (Hipposideros pomona) จับได้ 8 ตัว หรือคิด เป็น 11.11% ซึ่งด้างดาวที่สามารถจับได้เป็นจำนวนตัวมากเหล่านี้ เป็นด้างคาวที่พบอาศัยอยู่เป็นชุมชน ขนาดหลายร้อยตัวภายในถ้ำที่อยู่ในมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ข้อมูลพื้นฐานที่ได้จาก การศึกษาความหลากชนิดของด้างคาวในงานวิจัยนี้ จะนำไปจัดทำเป็นฐานข้อมูลขนาดทางสัณฐาน วิทยา และฐานข้อมูลเสียงร้องในการนำร่อง (Echolocation)ของค้างดาว เพื่อใช้เป็นประโยชน์ใน การศึกษาทางด้านอนุกรมวิธานและนิเวศวิทยาต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประยุกต์ใช้ในการศึกษา วิจัยโดยแบบไม่เป็นอันตรายต่อค้างคาว ดำสำคัญ: ความหลากชนิดของตัางดาว, มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี, ฐานข้อมูลขนาดทางสัณฐานวิทยาของค้างดาว, ฐานข้อมูลเสียงร้องในการนำร่องของต้างดาว, การศึกษาวิจัยโดยแบบไม่เป็นอันตรายต่อต้างดาว