ความสัมพันธ์ของความหลากหลายของผีเสื้อกลางวันและระบบนิเวศป่าแบบต่างๆ ในสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ผลการสำรวจผีเสื้อกลางวันในพื้นที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช เป็นเวลาทั้งหมด 3 ปี เริ่มจากเดือน ตุลาคม 2548 – กันยายน 2551 ทำการเก็บตัวอย่างจำนวน 36 ครั้งโดยวิธีการ line transect พบผีเสื้อกลางวันทั้งสิ้น 304 ชนิด จำนวน 19,277 ตัว โดยพบผีเสื้อกลางวันในป่าดิบแล้ง ( 238 ชนิด 12,500 ตัว ) มากกว่าป่าเต็งรัง (210 ชนิด 6,777 ตัว) มีผีเสื้อ 144 ชนิด ที่มีการกระจายตัวอยู่ในป่าทั้งสองป่า พบผีเสื้อเฉพาะในป่าเต็งรัง 66 ชนิด และพบเฉพาะป่าดิบแล้ง 94 ชนิด เดือน พฤษภาคม มีจำนวนชนิดและปริมาณผีเสื้อมากที่สุด (138 ชนิด 1,898 ตัว) เส้นทางอ่างเก็บน้ำ พบจำนวนชนิดและปริมาณของผีเสื้อกลางวันมากที่สุด (193 ชนิด 6,445 ตัว) ผีเสื้อเณรธรรมดา พบมากที่สุดในสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช (1,406 ตัว) ผีเสื้อกลางวันที่พบมากที่สุดในป่าเต็งรัง คือ ผีเสื้อเณรธรรมดา 754 ตัว ส่วนผีเสื้อกลางวันที่พบมากที่สุดในป่าดิบแล้ง คือ ผีเสื้อฟ้าขีดหกโคนปีกดำ 861 ตัว คำนวณค่าดัชนีความหลากหลายจากสูตร Shannon Index พบว่า ในป่าดิบแล้ง( H = 1.76) มีค่าความหลากหลายสูงกว่าป่าเต็งรัง (H = 1.71) ตามลำดับ เมื่อศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยทางกายภาพกับดัชนีความหลากหลาย จำนวนชนิดและปริมาณของผีเสื้อ พบว่าดัชนีความความหลากหลายของผีเสื้อในพื้นที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชมีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ไปในทิศทางตรงข้ามอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง (P < 0.01) ส่วนจำนวนชนิดและปริมาณของผีเสื้อพบว่ามีค่าความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่งกับ อุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์ (P<0.01) อย่างไรก็ตามในพื้นที่ป่า 2 ป่า พบว่า ปริมาณตัว ค่าดัชนีความหลากหลาย อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์และปริมาณน้ำฝน ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P > 0.05) แต่จำนวนชนิด พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P < 0.01)