ความหลากหลายทางชีวภาพของปลวกและความสัมพันธ์กับระบบนิเวศป่าเต็งรังและป่าดิบแล้งในพื้นที่ชีวมณฑลสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของปลวกในป่าเต็งรังและป่าดิบแล้ง ที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และศึกษาความสัมพันธ์ของปลวกกับปัจจัยสิ่งแวดล้อมบางประการ ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2553 โดยใช้วิธีการเก็บตัวอย่างปลวก 3 วิธี ได้แก่ การเก็บตัวอย่างโดยตรง การใช้หลุมดิน และการวางกับดักล่อ จากการศึกษาพบปลวกทั้งสิ้น 3 วงศ์ จำแนกเป็น 6 วงศ์ย่อย 18 สกุล และ 25 ชนิด ป่าดิบแล้งมีความหลากหลายทางชนิดของปลวกเท่ากับ 25 ชนิด ซึ่งสูงกว่าป่าเต็งรังที่พบความหลากหลายทางชนิด 18 ชนิด ปลวกในวงศ์ย่อย Kalotermitinae และ Rhinotermitinae พบเฉพาะในป่าดิบแล้งเท่านั้น ปลวกชนิด Microcerotermes crassus เป็นปลวกชนิดเด่นทั้งสองป่า รองลงมาได้แก่ปลวกชนิด Hypotermes makhamensis, Globitermes sulphureus, Macrotermes gilvus และ Macrotermes carbonarius ตามลำดับ การศึกษาดัชนีความหลากหลายของปลวกโดยใช้ดรรชนี Shanon – Wiener index พบว่าป่าดิบแล้งมีค่าดัชนีความหลากหลายของปลวกสูงกว่าป่าเต็งรัง คือ 3.079 และ 2.744 ตามลำดับ ในขณะที่ค่าความสม่ำเสมอในป่าดิบแล้งมีค่าเท่ากับ 0.957 ซึ่งสูงกว่าในป่าเต็งรังที่มีค่าเท่ากับ 0.949 ความหนาแน่นของประชากรปลวกมีค่าสูงที่สุดในเดือนกันยายน พ.ศ. 2553 (230.53 ตัวต่อตารางเมตร) และต่ำสุดในเดือนมกราคม พ.ศ. 2553 (113.43 ตัวต่อตารางเมตร) การศึกษาดัชนีความคล้ายคลึงในทั้งสองป่าพบว่ามีค่าเท่ากับ 0.8372 หรือร้อยละ 83.72 ความสัมพันธ์ระหว่างความหนาแน่นของประชากรปลวกกับปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมพบว่าความหนาแน่นของประชากรปลวกมีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญกับค่าความชื้นของดิน (P<0.05, r=0.728) และมีความสัมพันธ์เชิงลบอย่างมีนัยสำคัญกับค่าอุณหภูมิของดินในป่าเต็งรัง (P<0.05, r=-0.646) โดยไม่มีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิของอากาศ ความชื้นสัมพัทธ์ และความเป็นกรด-ด่างของดิน สำหรับป่าดิบแล้งพบว่า ความหนาแน่นของประชากรปลวกไม่มีความสัมพันธ์กับทุกปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ศึกษา (P<0.05) ผลการศึกษาโปรโตซัวในลำไส้ของปลวก พบโปรโตซัวเฉพาะในลำไส้ของปลวกชนิด Schedorhinotermes sp. เท่านั้น ซึ่งจัดเป็นปลวกกลุ่มกินไม้และถูกจัดเป็นปลวกชั้นต่ำ โดยโปรโตซัว Trichonympha sp. เป็นโปรโตซัวกลุ่มเด่นที่พบในการศึกษาครั้งนี้ รองลงมาได้แก่ Psuedotrichonympha sp. Spironympha sp. และ Dinenympha sp. ตามลำดับ สรุปได้ว่า การศึกษาครั้งนี้ทำให้ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพของปลวก และความเปลี่ยนแปลงของประชากรปลวกในระบบนิเวศป่าเต็งรังและป่าดิบแล้งในสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชและความสัมพันธ์กับชนิดของ โปรโตซัวในลำไส้ปลวก สามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานทั้งในด้านการจัดการปลวก และการอนุรักษ์ระบบนิเวศพร้อมกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต