กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่มีการศึกษานิเวศวิทยาของเหยี่ยวดำ ชนิดย่อย govinda อย่างเป็นระบบ กอปรกับสถานการณ์การลดลงของจำนวนประชากรในภูมิภาคนี้ จากปัญหาการการค้านกนักล่าผิดกฎหมาย และการลดลงของถิ่นอาศัย ที่มีแตกต่างจากการเพิ่มขึ้นของประชากรในอนุทวีปอินเดียที่เหยี่ยวดำชนิดย่อยนี้ปรับตัวได้ โดยอาศัยประโยชน์จากกิจกรรมของมนุษย์ให้เอื้อต่อการดำรงชีวิต ข้อมูลการศึกษาที่ผ่านมาได้จัดสถานภาพของเหยี่ยวดำชนิดย่อยนี้เป็นนกประจำถิ่น อย่างไรก็ตาม สถานภาพที่แท้จริง ทั้งในส่วนของการติดตามเคลื่อนที่ย้ายถิ่น และจำนวนประชากรที่แท้จริงยังไม่มีการศึกษา การศึกษานิเวศวิทยาของเหยี่ยวดำชนิดย่อยประจำถิ่นในประเทศไทย ที่ประกอบด้วย นิเวศวิทยาการสืบพันธุ์ ขนาดพื้นที่อาศัย และรูปแบบการใช้พื้นที่ในการศึกษานี้ จึงมีเป้าหมายเพื่อศึกษา และเติมเต็มการขาดข้อมูลดังกล่าวจากการดำเนินการศึกษาวิจัยตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 – มิถุนายน พ.ศ. 2565 ด้วยการสำรวจโดยตรง การใช้กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า และเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมติดตามตัวสัตว์ พบจำนวนรังทั้งหมด 39 รัง มากที่สุดในอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เท่ากับ 34 รัง นอกจากนี้ยังพบรังในจังหวัดปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และเพชรบุรี มีฤดูผสมพันธุ์เดือนกันยายน - มิถุนาคม มีจำนวนลูกในรังเฉลี่ย 1.75 ตัว และมีความสำเร็จของการสืบพันธุ์ร้อยละ 72.41 มีค่าดัชนีความหลากหลายของเหยื่อ เท่ากับ 1.44 โดยมีเหยื่อที่เป็นหนูในสกุลหนูท้องขาวมากที่สุด (9.04%) จำนวนที่ประชากรที่นับได้สูงสุดใน อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เท่ากับ 218 ตัว โดยเหยี่ยวดำ 1 ตัวล่าหนูนา อย่างน้อย 111.6 ตัว/ปี มีปัจจัยคุกคามจากธรรมชาติ ได้แก่ อีกา และสภาพอากาศ และปัจจัยคุกคามจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ประกอบด้วยการลักลอบนำลูกเหยี่ยวออกจากรังเพื่อการค้านกนักล่าผิดกฎหมาย การสูญเสียแหล่งอาศัยจากการสร้างสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์และการเผาพื้นที่เพื่อการเกษตรกรรมและการล่าสัตว์ เป็นครั้งแรกของโลกในการติดตามด้วยเครื่องส่งสัญญาณฯ ในชนิดพันธุ์นี้ เหยี่ยวดำ จำนวน 6 ตัว ที่มีความแตกต่างของอายุและเพศ พบว่าเหยี่ยวดำชนิดย่อยนี้ แสดงพฤติกรรมอพยพระยะไกลจากประเทศไทยสู่อนุทวีปอินเดีย จำนวน 5 ตัว ด้วยรูปแบบการอพยพทิศทางตะวันออก-ตะวันออก และแบบวงรอบ มีความเร็วและความสูงในการบินในถิ่นอาศัยและการอพยพ และระหว่างช่วงอายุที่แตกต่างกัน มีขนาดพื้นที่อาศัยในฤดูผสมพันธุ์ที่เล็กกว่าพื้นที่อาศัยนอกฤดูผสมพันธุ์ และใช้พื้นที่เกษตรกรรมเป็นถิ่นอาศัยสูงที่สุด ในขณะที่อาศัยในพื้นที่เมืองน้อยที่สุด ข้อมูลจากการศึกษาในครั้งนี้ทำให้ทราบปัจจัยที่เอื้อต่อการสืบพันธุ์ และองค์ความรู้ใหม่ทางนิเวศวิทยาการอพยพที่จะเป็นข้อมูลที่สำคัญยิ่งต่อการจัดการประชากร และการอนุรักษ์ในอนาคต มุ่งหวังเพิ่มศักยภาพชุมชนสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่เอื้อประโยชน์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และการอนุรักษ์ไว้อย่างสมดุล
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
จัดทำผลผลิตของแผนงานวิจั ครบถ้วนตามที่เสนอไว้ ได้แก่ รายงานผลวิจัย แผ่นพับ/โปสเตอร์ และแผนที่กระจายพันธุ์ ซึ่งพร้อมเผยแพร่สู่สาธารณะ และได้ส่งมอบให้ชุมชน (องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น) ในพื้นที่วิจัยแล้ว
จัดทำผลผลิตของแผนงานวิจั ครบถ้วนตามที่เสนอไว้ ได้แก่ รายงานผลวิจัย แผ่นพับ/โปสเตอร์ และแผนที่กระจายพันธุ์
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
ผลการวิจัยนำเสนอสู่ชุมชน และได้รับความร่วมมือชุมชนในพื้นที่วิจัย (ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก) รับทราบปัญหาสำคัญที่เป็นภัยคุกคามให้ประชากรเหยี่ยวดำลงล นำไปสู่การตระหนักและเข้ารับรู้ปัญหาที่ทำให้เกิดกระบวนการป้องกันการสูญเสียลูกเหยีย่วดำจากการขโมยลูกไปขายโดยมิจฉาชีพต่างถิ่น และการทำลายต้นไม้ที่เหยี่ยวสร้างรังไว้โดยไม่เจตนา ส่งผลให้อัตราการสืบพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จของเหยี่ยวดำ ชนิดย่อย govinda อยู่ในเกณฑ์สูงน่าพอใจ (มากกว่า 70%) โดยการเฝ้าระวังป้องกันการขโมยลูกเหยี่ยว ระบบการแจ้งเตือนของชาวบ้านและตำรวจผู้บังคับใช้กฏหมายตาม พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในกรณีมีการขโมยลูกเหยี่ยวจากรัง
ผลงานวิจัยนำเสนอสู่ชุมชนเป้าหมาย (ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก) และได้รับความร่วมมือชุมชนในพื้นที่วิจัย (ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก) รับทราบปัญหาสำคัญที่เป็นภัยคุกคามให้ประชากรเหยี่ยวดำลงล นำไปสู่การตระหนักและเข้ารับรู้ปัญหาที่ทำให้เกิดกระบวนการป้องกันการสูญเสียลูกเหยีย่วดำจากการขโมยลูกไปขายโดยมิจฉาชีพต่างถิ่น และการทำลายต้นไม้ที่เหยี่ยวสร้างรังไว้โดยไม่เจตนา ส่งผลให้อัตราการสืบพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จของเหยี่ยวดำ ชนิดย่อย govinda อยู่ในเกณฑ์สูงน่าพอใจ (มากกว่า 70%) โดยการเฝ้าระวังป้องกันการขโมยลูกเหยี่ยว ระบบการแจ้งเตือนของชาวบ้านและตำรวจผู้บังคับใช้กฏหมายตาม พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในกรณีมีการขโมยลูกเหยี่ยวจากรัง