คุณค่าทางโภชนาการของพืชกินได้ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราชและพื้นที่ใน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี-มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (อพ.สธ.-มทส.)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
พืชผักพื้นบ้านของไทยมีความหลากหลายแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ แต่การศึกษาคุณค่าทางโภชนาการและสารต้านอนุมูลอิสระในพืชผักพื้นบ้านยังมีน้อยมาก การประเมินคุณค่าทางโภชนาการของพืชกินได้ในพื้นที่ชีวมณฑลสะแกราชและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จะช่วยเพิ่มองค์ความรู้ของพืชเหล่านี้ให้มีมากยิ่งขึ้น งานวิจัยครั้งนี้ได้ทดสอบพืชกินได้จำนวน 5 ชนิด คือ เครืองูเห่า ใบลิ้นกวาง ตดหมูตดหมา ผักสาบ และใบส้มลม ซึ่งส่วนใหญ่มีการนำไปใช้ประโยชน์ในการรับประทานเป็นผักสด ผลการศึกษาพบว่า เครืองูเห่า มีคุณค่าทางโภชนาการสูงในด้านของพลังงาน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และใยอาหาร ใบตดหมูตดหมา มีปริมาณแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ส่วนใบลิ้นกวาง และผักอีนูน มีปริมาณวิตามินเอ และบี 2 สูงกว่าพืชกินได้ชนิดอื่นๆ ที่ศึกษาแต่ยังมีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับพืชผักต่างๆ ส้มลมมีปริมาณไขมันสูงใกล้เคียงกับเครืองูเห่า แต่มีธาตุเหล็ก และวิตามินบี 1 สูงกว่าพืชกินได้อื่นๆ ที่ศึกษา นอกจากนี้ วิตามินบี 1 ที่พบในส้มลม รวมไปถึงในเครืองูเห่า และใบลิ้นกวางนั้นมีปริมาณต่อสัดส่วนที่กินได้ สูงเกินกว่าปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน จาก Thai RDI ส่วนปริมาณสารประกอบฟีนอลิกในสารสกัดพืชกินได้ พบว่าใบลิ้นกวางมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดสูงสุด และพบว่าลิ้นกวางยังมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระมากกว่าพืชกินได้ชนิดอื่นที่ใช้ทดสอบในการศึกษาครั้งนี้ คำสำคัญ: พืชกินได้ พืชผักพื้นบ้าน โภชนาการ สารต้านอนุมูลอิสระ ฟีนอลิก