การใช้ประโยชน์แมลงศัตรูธรรมชาติ และการวัดมูลค่าความเป็นประโยชน์ เพื่อใช้ประโยชน์ในการควบคุมโดยชีววิธี: กรณีศึกษา ในนาข้าวและพืชผักวงศ์กะหล่ำในระบบเกษตรอินทรีย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวของเกษตรกรในการที่จะนำแมลงศัตรูธรรมชาติที่ผลิตในโรงงานต้นแบบ คือ มวนพิฆาต (Eocanthecona furcellata) และแตนเบียนไข่ (Trichogramma spp.) ไปใช้ประโยชน์ในนาข้าวและพืชผักวงศ์กะหลํ่าในระบบเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่จังหวัดในภาคเหนือตอนบน ใน จ.เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ และ น่าน ทั้งในพื้นที่มีการใช้สารเคมีในการเพาะปลูกและในพื้นที่ที่ทำการเกษตรอินทรีย์ ศึกษาการรับรู้และการยอมรับของเกษตรกร และวัดมูลค่าความเป็นประโยชน์จากการใช้แมลงศัตรูธรรมชาติที่ผลิต และ พัฒนาคู่มือประกอบการจำหน่ายแมลงศัตรูธรรมชาติเหล่านั้น มีการรวบรวมสมาชิกกลุ่มเกษตรกรในเป้าหมาย และกำหนดพื้นที่ศึกษา เพื่อทำการศึกษาข้อมูลด้านความต้องการของเกษตรกร ในการใช้ประโยชน์แมลงศัตรูธรรมชาติ ในการวัดมูลค่าพบว่าเกษตรกร 50 รายในแต่ละจังหวัดทั้ง 8 จังหวัด รวมทั้งหมด 400 ราย พบว่าเกษตรกรร้อยละ 81.25 รู้จักและต้องการใช้ศัตรูธรรมชาติ และ ร้อยละ 72.21 มีความจำเป็นในการควบคุมและต้องการใช้ศัตรูธรรมชาติ การศึกษาในนาข้าวพบแมลงในกลุ่มหนอนกอข้าว ในกลุ่มเพลี้ยจั๊กจั่น ในกลุ่มเพลี้ยกระโดดข้าว เช่น แมลงศัตรูข้าวชนิดอื่น ๆ พบศัตรูธรรมชาติที่เป็นแมลงเบียน (parasitoids) พบแมลงตัวหํ้า (predators) และ แมงมุม (spiders) รวมกันมากกว่า 20 ชนิด รวมทั้งพบเชื้อลงทำลายเพลี้ยจักจั่นสีเขียว และแมลงบั่ว ในพืชผักวงศ์กะหลํ่า พบแมลงศัตรูพืชที่ในกลุ่มเพลี้ยอ่อน มวนกะหลํ่าปลี ด้วงหมัดผักแถบลาย และ กลุ่มหนอน และแมลงที่มีความสำคัญที่สุดคือหนอนใยผัก แมลงศัตรูธรรมชาติที่พบคือ แตนเบียนไข่ แตนเบียน แตนเบียนดักแด้ และตัวหํ้าที่พบคือ ด้วงเต่าตัวหํ้า มวนพิฆาต แมลงหางหนีบ และ หนอนแมลงวันดอกไม้ ส่วนการศึกษาด้านนิเวศวิทยา พลวัตของประชากร และความหลากหลายของแมลงศัตรูพืชและศัตรูธรรมชาติ พบว่าระดับประชากรของศัตรูธรรมชาติจะขึ้นอยู่กับการผันแปรประชากรของแมลงศัตรูพืช ทั้งในนาข้าวและแปลงพืชผักวงศ์กะหลํ่าในพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีและที่ทำการเกษตรอินทรีย์ และความหนาแน่นของศัตรูธรรมชาติไม่สูงเพียงพอ เป็นการยืนยันว่าควรที่จะทำการควบคุมโดยชีววิธีแบบเพิ่มขยาย ผลของการศึกษาสรุปได้ว่าเกษตรกรมีความต้องการควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยไม่ต้องใช้สารเคมี รู้จักและต้องการใช้ประโยชน์ศัตรูธรรมชาติ แต่หาแหล่งจำหน่ายไม่ได้ เป็นเหตุผลสนับสนุนให้มีการผลิตศัตรูธรรมชาติให้เพียงพอและคุ้มทุนในเชิงพาณิชย์ เพื่อสนองความต้องการของเกษตรกรเกษตรอินทรีย์