กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวของเกษตรกรในการที่จะนำแมลงศัตรูธรรมชาติที่ผลิตในโรงงานต้นแบบ คือ มวนพิฆาต (Eocanthecona furcellata) และแตนเบียนไข่ (Trichogramma spp.) ไปใช้ประโยชน์ในนาข้าวและพืชผักวงศ์กะหลํ่าในระบบเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่จังหวัดในภาคเหนือตอนบน ใน จ.เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ และ น่าน ทั้งในพื้นที่มีการใช้สารเคมีในการเพาะปลูกและในพื้นที่ที่ทำการเกษตรอินทรีย์ ศึกษาการรับรู้และการยอมรับของเกษตรกร และวัดมูลค่าความเป็นประโยชน์จากการใช้แมลงศัตรูธรรมชาติที่ผลิต และ พัฒนาคู่มือประกอบการจำหน่ายแมลงศัตรูธรรมชาติเหล่านั้น มีการรวบรวมสมาชิกกลุ่มเกษตรกรในเป้าหมาย และกำหนดพื้นที่ศึกษา เพื่อทำการศึกษาข้อมูลด้านความต้องการของเกษตรกร ในการใช้ประโยชน์แมลงศัตรูธรรมชาติ ในการวัดมูลค่าพบว่าเกษตรกร 50 รายในแต่ละจังหวัดทั้ง 8 จังหวัด รวมทั้งหมด 400 ราย พบว่าเกษตรกรร้อยละ 81.25 รู้จักและต้องการใช้ศัตรูธรรมชาติ และ ร้อยละ 72.21 มีความจำเป็นในการควบคุมและต้องการใช้ศัตรูธรรมชาติ การศึกษาในนาข้าวพบแมลงในกลุ่มหนอนกอข้าว ในกลุ่มเพลี้ยจั๊กจั่น ในกลุ่มเพลี้ยกระโดดข้าว เช่น แมลงศัตรูข้าวชนิดอื่น ๆ พบศัตรูธรรมชาติที่เป็นแมลงเบียน (parasitoids) พบแมลงตัวหํ้า (predators) และ แมงมุม (spiders) รวมกันมากกว่า 20 ชนิด รวมทั้งพบเชื้อลงทำลายเพลี้ยจักจั่นสีเขียว และแมลงบั่ว ในพืชผักวงศ์กะหลํ่า พบแมลงศัตรูพืชที่ในกลุ่มเพลี้ยอ่อน มวนกะหลํ่าปลี ด้วงหมัดผักแถบลาย และ กลุ่มหนอน และแมลงที่มีความสำคัญที่สุดคือหนอนใยผัก แมลงศัตรูธรรมชาติที่พบคือ แตนเบียนไข่ แตนเบียน แตนเบียนดักแด้ และตัวหํ้าที่พบคือ ด้วงเต่าตัวหํ้า มวนพิฆาต แมลงหางหนีบ และ หนอนแมลงวันดอกไม้ ส่วนการศึกษาด้านนิเวศวิทยา พลวัตของประชากร และความหลากหลายของแมลงศัตรูพืชและศัตรูธรรมชาติ พบว่าระดับประชากรของศัตรูธรรมชาติจะขึ้นอยู่กับการผันแปรประชากรของแมลงศัตรูพืช ทั้งในนาข้าวและแปลงพืชผักวงศ์กะหลํ่าในพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีและที่ทำการเกษตรอินทรีย์ และความหนาแน่นของศัตรูธรรมชาติไม่สูงเพียงพอ เป็นการยืนยันว่าควรที่จะทำการควบคุมโดยชีววิธีแบบเพิ่มขยาย ผลของการศึกษาสรุปได้ว่าเกษตรกรมีความต้องการควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยไม่ต้องใช้สารเคมี รู้จักและต้องการใช้ประโยชน์ศัตรูธรรมชาติ แต่หาแหล่งจำหน่ายไม่ได้ เป็นเหตุผลสนับสนุนให้มีการผลิตศัตรูธรรมชาติให้เพียงพอและคุ้มทุนในเชิงพาณิชย์ เพื่อสนองความต้องการของเกษตรกรเกษตรอินทรีย์
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. Representative of the deliverable demonstrated in relevant environments
เกิดองค์ความรู้และแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านการควบคุมโดยชีววิธี ซึ่งผู้ใช้ประโยชน์สามารถเข้าถึงได้อย่างเป็นรูปธรรม รูปธรรม และมีการทดสอบระบบการดำเนินงานของโรงงานในสถานการณ์จริง และ ผลทดสอบต้นแบบในสถานการณ์จริง โดยผู้มีส่วนได้เสีย เช่น เกษตรกร ผู้ประกอบการ ประชาชนทั่วไป นักวิจัยนักวิชาการ และนักเรียนนักศึกษาที่สนใจ จะได้มีโอกาสในการเข้าฝึกอบรม ศึกษาดูงานและได้นำองค์ความรู้ ผลิตภัณฑ์ของโรงงงานไปใช้ประโยชน์ โดยตัวแบบฯ ที่คาดว่าจะถูกใช้สำหรับเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรบุคคล จะประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐานของโรงงานต้นแบบอัจฉริยะ องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตฯ ที่ถูกพัฒนาขึ้นตามมาตรฐานโรงงานระดับโลก การพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชีวภาพ แนวทางการบริหารจัดการโรงงานฯ ตาม ปัจจัย 3M (man-money-management) แนวทางด้านการตลาด และ ระบบห่วงโซ่อุปทาน ของสินค้าชีวภาพจากโรงงานฯ โดยนำ การระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง การประมวลผลระยะไกล และการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาประยุกต์ใช้ใน กระบวนการผลิต การบริหารจัดการ และ การตลาด เพื่อการลดต้นทุนและเสริมศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งตัวแบบมาตรฐานนี้ จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการผลิตแมลงศัตรูธรรมชาติชนิดอื่น ๆ อีกหลายชนิด และเหล่านี้จะเป็นการเริ่มวางรากฐานทางธุรกิจสีเขียว โดยเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาบุคลากรด้านการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธีซึ่งเป็นกลไกที่ส่งเสริมการขยายตัวของการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธีเชิงพานิชย์ (Commercial biological control) ซึ่งจะมีผลกระทบให้เกิดการลดลงของส่วนแบ่งตลาดของการใช้สารเคมีในการผลิตพืช และนำสู่การส่งเสริมและการยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ในประเทศไทยได้มีการนำเทคโนโลยีการควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยชีววิธีมาใช้ในประเทศไทยมาแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2507 โดยเริ่มจากการเปิดสอนวิชาการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี ในแผนกวิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และการก่อตั้งศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมมือกับสภาวิจัยแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2518 ตลอดจนการมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและการใช้เทคโนโลยีการควบคุมโดยชีววิธี ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เป็นศูนย์ฯส่วนภูมิภาค และเครือข่ายการวิจัย (research network) ภายใต้ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติด้วย เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมป่าไม้ ฯลฯ ซึ่งมีการดำเนินการในภาพรวมคือการจัดการการเรียนการสอน การดำเนินการวิจัย และการส่งเสริมเผยแพร่ และการดำเนินการ แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านนโยบายที่มีการเปลี่ยนแปลงตามภาวะเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งด้านงบประมาณที่จำกัด ประกอบกับความไม่พร้อมด้านต้นทุน บุคคลากร และทักษะ ในการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการผลิตของเกษตรกรส่วนใหญ่ เพราะความซับซ้อนของขบวนการผลิต ที่อาจจะไม่เหมาะสมกับเกษตรกรรายย่อย จึงเป็นเหตุให้การควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยชีววิธี ไม่เป็นที่รู้จักและยังมีการใช้ประโยชน์อยู่ในวงจำกัด
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.
เกิดการขยายตัวของตลาด และ องค์ความรู้ด้าน ปัจจัยการผลิตพืชอินทรีย์ในส่วนของการปราบศัตรูพืช ส่งผลให้เกษตรกรผู้ผลิตพืชอินทรีย์มีที่พึ่งด้านแหล่งเรียนรู้ รวมทั้งแหล่งปัจจัยการผลิต (จากโรงงาน และภาคธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต) ทำให้เกิดการขยายตัวของการผลิตพืชอินทรีย์
ประชาชนรับรู้ถึงผลกระทบและความเป็นอันตลายของการใช้สารเคมีการปราบศัตรูพืชมากขึ้นมีข้อมูลสนับสนุนทางวิทยาศาสต์ด้านผลเสียของการใช้สารเคมี เช่น สถิติการตายจากมะเร็งและสาเหตุของมะเร็ง ประชนชนเริ่มหันมาสนใจบริโภคผลผลิตอินทรีย์