กลยุทธ์ส่งเสริมการออมให้แก่วัยผู้ใหญ่เพื่อเตรียมการเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ ลักษณะการออม ความรู้ ทัศนคติ ปัจจัยที่มีผลต่อการออม ความต้องการสนับสนุน และกลยุทธ์การส่งเสริมการออมให้แก่วัยผู้ใหญ่ ใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี เก็บข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามในพื้นที่ ตำบล เป็นจำนวน 4,284 คน ประมวลผลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติอนุมาน ในการวิเคราะห์ข้อมูล ส่วนการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพเป็นการสนทนากลุ่มในพื้นที่ 36 ตำบล จำนวน 36 กลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยพรรณนารายละเอียดตีความจากการสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกต ผลการศึกษาโดยสรุปมีดังนี้ กลุ่มตัวอย่างมีความรู้เกี่ยวกับการออมระดับมาก ทัศนคติต่อการออมระดับสูง มีพฤติกรรมการออมในระดับปานกลาง ความรู้เกี่ยวกับการออม ทัศนคติเกี่ยวกับการออม ปัจจัยทาง จิตวิทยา ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และปัจจัยทางสังคม มีผลในเชิงบวกต่อการออม โดยปัจจัยทางจิตวิทยา สามารถอธิบายตัวแปรการออมได้มากที่สุด รองลงมาได้แก่ ปัจจัยทางสังคม สามารถอธิบายตัวแปร การออมร่วมกันได้เพิ่มขึ้น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ความรู้เกี่ยวกับการออม และทัศนคติเกี่ยวกับการออม อธิบายตัวแปรการออมร่วมกันได้ กลุ่มตัวอย่างมีความต้องการเกี่ยวกับความรู้ด้านการออม และต้องการ อาชีพเพื่อเพิ่มพูนรายได้ กลยุทธ์ส่งเสริมการออมให้แก่วัยผู้ใหญ่มี 3 กลยุทธ์ คือ กลยุทธ์ การส่งเสริมการเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย กลยุทธ์การส่งเสริมความรู้สู่การออม และกลยุทธ์การสร้าง ความตระหนักในการออม ข้อเสนอแนะ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรส่งเสริมการออม ในระดับชุมชนโดยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของกองทุนสวัสดิการชุมชนให้เกิดการจ่ายผลตอบแทนแก่สมาชิก เป็นบำนาญรายเดือน การให้ความรู้ในการประกอบอาชีพเสริมให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย หน่วยงานภาครัฐควรสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนเห็นความสำคัญของกองทุนการออมแห่งชาติ และมีการใช้จ่ายโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับการศึกษาวิจัยครั้งต่อไป ควรมีการ ศึกษาวิจัยกลยุทธ์ส่งเสริมการทำงานให้แก่วัยผู้ใหญ่และวัยสูงอายุไทย และการเสริมสร้างวินัยการออม