การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม : กระบวนการเสริมสร้างระบบวัฒนธรรมการออมสำหรับเด็กและเยาวชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ถอดบทเรียน และเสริมสร้างกระบวนการพัฒนาระบบวัฒนธรรมการออมของเด็กและเยาวชนชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง ซึ่งใช้วิธีการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (participatory action research) มีรากฐานความคิดมาจากกระบวนทัศปฏิบัตินิยม (pragmatism) โดยจำแนกกระบวนการออกเป็น 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย การศึกษาข้อมูลเอกสารและงานวิจัย การศึกษาข้อมูลภาคสนาม การปฏิบัติการเสริมสร้างระบบวัฒนธรรมการออมสำหรับเด็กและเยาวชน และการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษา พบว่า ประการแรก บทเรียนการเสริมสร้างระบบวัฒนธรรมการออมสำหรับเด็กและเยาวชนในอดีต สำหรับกระบวนการออมทรัพย์นั้นสามารถจัดแบ่งออกเป็นขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การสร้างความตระหนัก ขั้นตอนที่ 2 ปฏิบัติการออมทรัพย์ ขั้นตอนที่ 3 การขยายกิจกรรมออมทรัพย์ และขั้นตอนที่ 4 การถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญาการออมทรัพย์ โดยมีระบบวัฒนธรรมการออม ประกอบด้วย สถาบันทางสังคม องค์ความรู้และภูมิปัญญา และวิธีการถ่ายทอด ซึ่งสรุปรูปแบบการออมทรัพย์ได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ การออมทรัพย์แบบปศุสัตว์ การออมทรัพย์แบบกสิกรรม การออมทรัพย์แบบอสังหาริมทรัพย์ การออมทรัพย์แบบปัญญา และการออมทรัพย์แบบเงินเหรียญ ธนบัตร ประการที่สอง การเสริมสร้างกระบวนการพัฒนาระบบวัฒนธรรมการออมของเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน สำหรับกระบวนการออมทรัพย์นั้นสามารถจัดแบ่งออกเป็นขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การสร้างความตระหนัก ขั้นตอนที่ 2 ปฏิบัติการออมทรัพย์ โดยมีระบบวัฒนธรรมการออม ประกอบด้วย ศูนย์ประสานงาน องค์ความรู้และภูมิปัญญา และวิธีการถ่ายทอด ซึ่งจะมีการดำเนินกิจกรรมการสนับสนุนส่งเสริมการออม ได้แก่ การเลี้ยงหมูหลุมสมุนไพร การเลี้ยงไก่พื้นบ้าน การเลี้ยงวัวพื้นบ้าน การเลี้ยงปลาดุก การจัดตั้งวงดนตรี และกิจกรรมห้องสมุดประชาชน