การสอบทานประสิทธิภาพของการควบคุมภายในของสหกรณ์ออมทรัพย์ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของการควบคุมภายในของสหกรณ์ ออมทรัพย์ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อประเมินระดับประสิทธิภาพของการควบคุมของการควบคุมภายในของสหกรณ์ ออมทรัพย์ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเพื่อใช้เป็นแนวทางการปรับปรุงระบบการควบคุมภายในที่ดีในอนาคตของสหกรณ์ออมทรัพย์ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 133 ราย ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบสะดวกเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แจกแบบสอบถามโดยการนำเสนอรายงานผลแบบพรรณา ดังนี้ 1.ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมดจำนวน 133 คน จำแนกตามข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลพบว่า เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 67.7) มีอายุ 30 – 40 ปี (ร้อยละ 44.4) มีระดับการศึกษาปริญญาตรี (ร้อยละ 68.4) มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,000– 20,000 บาท (ร้อยละ 38.3) มีตำแหน่งงานเป็นสมาชิก (ร้อยละ 30.8) มีระยะเวลาในการปฏิบัติงาน 7-9 ปี (ร้อยละ 72.2) 2.การควบคุมภายในการบริหารของสหกรณ์ด้านการบริหารการเงินและบัญชีในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ทุกข้อมีความสำคัญอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการบริหารการเงินและบัญชี ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ด้านการบริหารทั่วไป 3. การควบคุมภายการเงินและบัญชีของสหกรณ์ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ทุกข้อมีความสำคัญอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับแรก คือ ด้านเงินลงทุน ด้านเงินรับฝาก ด้านเงินสด ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ด้านลูกหนี้เงินให้กู้ 4. การวิเคราะห์เปรียบเทียบเพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือนตำแหน่งงาน และ ระยะเวลาในการปฏิบัติงานที่แตกต่างกันมีความคิดเห็นการควบคุมภายการเงินและบัญชีของสหกรณ์แตกต่างกัน พบว่า ลักษณะส่วนบุคคลต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการควบคุมภายการเงินและบัญชีของสหกรณ์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05