การอนุรักษ์พันธุกรรมทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองและการใช้ประโยชน์ในอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จังหวัดอุตรติตถ์มีการปลูกทุเรียนเป็นจำนวนมาก โตยเฉพาะในอำเภอลับแล นอกจากทุเรียนพันธุ์ ที่นิยมปลูกเพื่อการค้าแล้ว ยังมีทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองอีกหลายพันธุ์ที่มีลักษณะเฉพาะและได้รับความนิยม เนื่องจากเมล็ตที่มีขนาตใหญ่ของทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองบางพันธุ์ จึงนำเมล็ตทุเรียนเหล่านี้มาผสิตเป็นผลิต ภัณฑ์เพิ่มมูลคำ รวมถึงการตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นอย่างคุ้มคำ การวิจัยใน ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1)เพื่อสนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจาก พระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (2) เพื่อศึกษาการออกฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส ก่อโรคเริมของสารสกัตหยาบจากเปลือกเมล็ตทุเรียน (3) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากแป้งเมล็ดทุเรียนพันธุ์ พื้นเมืองและ (4) เพื่อให้ชุมชนและท้องถิ่นมีจิตสานีกในการอนุรักษ์ พัฒนา และ ใช้ประโยชน์ทรัพยากร ของท้องถิ่นและประเทศอย่างยั่งยืน วิธีการนำเปลือกเมล็ดทุเรียนแห้งมาสกัดสารสกัดหยาบด้วย ตัวทำละลาย น้ำกลั่นและเอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์ ทดสอบความเป็นพิษต่อเชลล์เพาะเลี้ยง (Vero cell) จากนั้นนำความเข้มข้นที่ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ มาตรวจสอบการยับยั้งเชื้อไวรัสก่อโรคเริมทั้งชนิดที่ 1 และ 2 โดยวิธี plaque reduction assay นำเมล็ตทุเรียนที่แยกเปลือกเมล็ตออกมาผลิตแป้งจากเมล็ตทุเรียน ตรวจริเคราะห์คุณสมบัติของแป้ง และนำแป้งมาศึกษาตำรับในการทำเป็นผลิตภัณฑ์ขนมครองแครง ทุเรียนและทองพับทุเรียน จากการศึกษาพบว่าค่าความเข้มข้นที่ไม่เป็นพิษต่อเชลล์ 50 เปอร์เซ็นต์ของ สารสกัตเปลือกเมล็ดทุเรียนที่สกัตต้วยนำกลั่นและเอทานอลเท่ากับ 224.40 และ 112.47 ต่อมิสลิลิตร ตามลำดับ ตรวจสอบการยับยั้งเชื้อไวรัสก่อโรคเริมชนิตที่ 1 และ 2 พบว่า สารสกัดเปลือกเมล็ดทุเรียนที่ สกัดตัวยน้ำกลั่นและเอทานอสแสตงการยับยั้งเชื้อไวรัสก่อโรคเริม ชนิตที่ 1 (HSV-1F) ได้ 35.430.51 และ 45.5241.61เปอร์เซ็นต์ ตามลำตับ ส่วนสารสกัดเปลือกเมล็ดทุเรียนที่สกัดด้วยน้ำกลั่นและเอทานอล แสตงการยับยั้งเชื้อไวรัสก่อโรคเริมชนิตที่ 2 (HSV-2G) ไต้ 36.34+1.47 และ 61.56+5.30 เปอร์เซ็นต์ ตามลำตับ จากการตรวจวิเคราะห์คุณสมบัติของแป้งจากเม็ตทุเรียน พบว่า เมื่อนำแป้งมาต้วยกล้อง จุลทรรศน์อิเล็คตรอนแบบส่องกราด บม็ดแป้งมีรูปร่างเหลี่ยม ผิวขรุขระ พบทั้งขนาดเล็กและขนาต ใหญ่ ขนาดประมาณ 3-10 ไมครอน มีการจัดเรียงตัวอยู่เป็นกลุ่ม คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม พบว่า แป้งเมล็ตทุเรียนให้พลังงาน 364.94 กิโลแคลอรี มีไขมัน 0.37 กรัม เส้นใย 16.8 กรัม ธาตุเหล็ก 4.51 มิลลิกรัม วิตามินชี 9.08 มิสสิกรัม วิตามินเอ 22.20 ไมโครกรัม วิตามินอี 0.47 มิสสิกรัม ปริมาณอะไมโลส 20 เปอร์เซ็นต์และไม่พบกลูเตน อัตราส่วนปริมาณแป้งทุเรียนและเนื้อทุเรียนพันธุ์ พื้นเมืองที่เหมาะสมในการผสมในขนมครองแครงและทองพับ ไต้แก่ อัตราส่วน 20 : 20 โตยแสตงค่าเฉลี่ย คะแนนความชอบตำรับขนมอยู่ในช่วงคะแนนความชอบมาก งนวิจัยนี้จึงแสตงให้เห็นถึงประโยชน์ของ ทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองนำไปสู่การตระหนักถึงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชท้องถิ่นต่อไป