วิจัย สำรวจ คัดเลือก และศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมทุเรียนพื้นบ้านในสามจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย ปีที่ 2
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ทุเรียน (Durio zibethinus L.) เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สําคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งทุเรียนในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภคคือพันธุ์หมอนทอง ทุเรียนพื้นบ้านภาคใต้นับเป็นแหล่งความหลากหลายทางพันธุกรรมของทุเรียนในประเทศไทย มีความหลากหลายทั้งขนาดและรูปทรงผล รสชาติ ลักษณะเนื้อและสีผล ภาคใต้จึงเป็นแหล่งพันธุกรรมของทุเรียนที่มีคุณค่า เปิดโอกาสให้นักวิจัยสามารถคัดเลือกพันธุ์ที่มีลักษณะดีและส่งเสริมในเชิงพานิชย์ดังนั้นวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัยคือ การเก็บรวบรวมตําแหน่งพิกัดของต้นทุเรียนพื้นบ้านที่มีลักษณะเนื้อเหลือง หนา เหนียว หวานในเขต 3 จังหวัดทางภาคใต้ประเมินความหลากหลายทางพันธุกรรมของผลทุเรียนพื้นบ้านสายพันธุ์ที่มีลักษณะเอกลักษณ์โดดเด่นในด้านการบริโภค ด้วยลักษณะทางสัณฐานวิทยา และลักษณะคุณภาพผลด้านการเกษตร โดยทําการเก็บตัวอย่างผลทุเรียนจากทุเรียนพื้นบ้านที่ได้รับรางวัลจากการประกวด จํานวน 53 ต้น ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส พร้อมบันทึกพิกัดของแต่ละต้น บันทึกข้อมูลลักษณะผลทั้งลักษณะปริมาณและลักษณะคุณภาพรวม 32 ลักษณะ ทําการศึกษาลักษณะพันธุกรรมของแต่ละต้นโดยใช่เครื่องหมาย SSR ด้วยไพรเมอร์จํานวน 13 คู่ไพรเมอร์ ผลการวิเคราะห์พันธุกรรมด้วยวิธีUPGMA พบว่า ความใกล้ชิดทางพันธุกรรมของทุเรียนพื้นบ้านจังหวัดยะลา และนราธิวาส จํานวน 15 สายพันธุ์ มีค่าระหว่าง 0.62-0.89 สามารถแบ่งกลุ่มตามความใกล้ชิดทางพันธุกรรมได้ 5 กลุ่มจากลักษณะผลและ คุณภาพเบื้องต้น สามารถคัดเลือกพันธุ์ที่มีลักษณะและรสชาติดีได้14 สายพันธุ์ได้แก่ พันธุ์ศรีบางลาง 2, พันธุ์สาวอวบ, พันธุ์บอลทอง, พันธุ์เพชรพรมจารี, พันธุ์กูยิเมาะแซ, พันธุ?กูนิงตอแลและพันธุ์กอแนะหอยสังข์, พันธุ์สุขทาลัย และพันธุ์ทองภูเขา, พันธุ์SA90, พันธุ์โต๊ะเวาะแซ และพันธุ์ SA122, พันธุ์กูนิงกูยิ, พันธุ์ภูผาดํา