Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2556

โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแลอย่างมีคุณภาพ

พานิช จิตดี กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2556

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยนี้ประกอบด้วยการทดลองทั้งหมด 5 การทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้เทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมในการเพิ่มผลผลิตทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแลอย่างมีคุณภาพ ที่สามารถนำมาใช้ในการเพิ่มปริมาณการผลิตทุเรียนคุณภาพ ระยะเวลาในการทำการวิจัย ตั้งแต่ ตุลาคม 2554 – กันยายน 2556 รวม 3 ปี การทดลองที่ 1 การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมต่อการผลิตทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ดำเนินการในปี 2554 – 2556 ในแปลงเกษตรกร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการผลิตทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแลในจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นและให้ได้การผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่าความแปรปรวนของสภาพแวดล้อมและปัจจัยของสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมมีผลกระทบต่อการผลิตทุเรียนในจังหวัดอุตรดิตถ์ทุกปี แต่มีความรุนแรงเป็นบางปี บางพื้นที่ โดยเฉพาะในขั้นตอนการชักนำให้ออกดอก การติดผล การพัฒนาของผล การเก็บเกี่ยว และคุณภาพของผลผลิต ความแปรปรวนของสภาพแวดล้อมพบรุนแรง ในปี 2555 เกิดวาตภัยรุนแรง ในเขตบ้านผามูบ ทำให้ต้นทุเรียนกิ่งฉีก ผลร่วง และต้นล้ม ส่งผลกระทบให้ผลผลิต ลดลงร้อยละ 20-60 ของปริมาณผลผลิตทั้งหมดในสวน ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ส่วนปัจจัยสภาพแวดล้อมการผลิตในปี 2555 อุณหภูมิสูงสุด และต่ำสุดเฉลี่ย 33.66 และ 21.52 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนรวมรายปี 1,475.3 มิลลิเมตร ความชื้นสัมพันธ์ 80.80 ทำให้ทุเรียนแตกใบอ่อน 2-3 รุ่น ในช่วงก่อนชักนำให้ออกดอก เนื่องจากทุเรียนเป็นไม้ผลที่ต้องการช่วงแล้งประมาณ 10 – 14 วันในการชักนำให้ออกดอก แต่ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2555 – มกราคม 2556 มีฝนทิ้งช่วงเร็วและมีอุณหภูมิต่ำ สภาพอากาศแห้งแล้งต่อเนื่องระยะเวลาสั้นๆ มีอุณหภูมิร้อนและหนาวสลับกัน และมีความชื้นสัมพันธ์สูงในบางวันทำให้การออกดอกและการพัฒนาของดอกชะงัก ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือการผลิตทุเรียนในปี 2555/2556 ออกดอกรุ่นที่ 1 ในเดือนมกราคม ล่าช้ากว่าปี 2554/2555 ประมาณ 3-4 สัปดาห์ ซึ่งปกติจะออกดอกในเดือน ธันวาคม ในเขตบริเวณแม่พูล และผามูบ และมีปัญหาทุเรียนแตกใบอ่อนในช่วงการพัฒนาการของผล ทำให้ผลอ่อนร่วง และรูปทรงผลบิดเบี้ยว คุณภาพผลผลิตไม่ค่อยดีซึ่งจะต้องศึกษาวิจัยหาแนวทางและหาวิธีการเพื่อปรับตัวและตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งยังไม่สามารถจับทิศทางการเปลี่ยนแปลง ทั้งระดับความรุนแรง และระยะเวลา การทดลองที่ 2 การศึกษาอายุต้นตอทุเรียนพันธุ์หลงลับแลที่เหมาะสมในสภาพที่ดอนจังหวัดอุตรดิตถ์ ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล เป็นทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมของจังหวัดอุตรดิตถ์ ปัจจุบันทุเรียนพันธุ์หลงลับแล ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วไป แต่ก็ยังมีพื้นที่ปลูกน้อย โดยทุเรียนพันธุ์หลงลับแล ผลผลิตมีราคา เฉลี่ย 80-100 บาทต่อกิโลกรัม และลักษณะเด่นเฉพาะตัว โดยทุเรียนพันธุ์หลงลับแลมีลักษณะเด่น คือ ขนาดผลกลมรีพูไม่ชัดเจน ขนาดผลเล็ก เปลือกบาง เนื้อแห้งสีเหลืองค่อนข้างจัด เนื้อละเอียดเหนียว กลิ่นอ่อนรสชาติหวานมัน เนื้อมาก เมล็ดลีบเล็ก บางผลมีเมล็ดลีบทั้งผล แต่มีปัญหาในด้านผลผลิตมีคุณภาพต่ำ เนื่องจากการติดผลไม่ดี และขาดเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม และระบบการปลูกทุเรียนที่ใช้ต้นตอพันธุ์พื้นเมืองหลายอายุในการนำไปปลูกใหม่ จึงได้ศึกษาการปลูกทุเรียนในพื้นที่ดอนด้วยต้นตอทุเรียนพันธุ์พื้นที่เมืองที่มีอายุต่างๆ เพื่อสามารถพัฒนาการผลิตทุเรียนหลงลับแลในพื้นที่ดอนให้มีคุณภาพสูงขึ้นต่อไป โดยดำเนินการปี 2554-2556 ในศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์ ในพื้นที่ 2.5 ไร่ โดยใช้ระยะปลูก 6x8 เมตร วางแผนการทดลองแบบ RCB 4 ซ้ำ ประกอบด้วย 4 กรรมวิธี คือ กรรมวิธีที่ 1 การศึกษาปลูกทุเรียนพันธุ์หลงลับแลโดยปลูกต้นตอพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองอายุ 6 เดือน กรรมวิธีที่ 2 การศึกษาปลูกทุเรียนพันธุ์หลงลับแลโดยปลูกต้นตอพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองอายุ 1 ปี กรรมวิธีที่ 3 การศึกษาปลูกทุเรียนพันธุ์หลงลับแลโดยปลูกต้นตอพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองอายุ 2 ปี กรรมวิธีที่ 4 การศึกษาปลูกทุเรียนพันธุ์หลงลับแลโดยปลูกต้นตอพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองอายุ 3 ปี พบว่าการเจริญเติบโตของต้นตออายุ 3 ปี มีการเจริญเติบโตดีที่สุด คือ มีความสูงต้น 114.76 เซนติเมตร เส้นรอบวง 7.20 เซนติเมตร และขนาดทรงพุ่ม 63.60 เซนติเมตร ซึ่งเฉลี่ยสูงกว่ากรรมวิธีอื่น การทดลองที่ 3 การศึกษาอายุต้นตอทุเรียนพันธุ์หลินลับแลที่เหมาะสมในสภาพที่ดอนจังหวัดอุตรดิตถ์ ดำเนินการปี 2554-2556 ในศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์ ในพื้นที่ 2.5 ไร่ โดยใช้ระยะปลูก 6x8 เมตร วางแผนการทดลองแบบ RCB 4 ซ้ำ ประกอบด้วย 4 กรรมวิธี คือ กรรมวิธีที่ 1 การศึกษาปลูกทุเรียนพันธุ์หลินลับแลโดยปลูกต้นตอพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองอายุ 6 เดือน กรรมวิธีที่ 2 การศึกษาปลูกทุเรียนพันธุ์หลินลับแลโดยปลูกต้นตอพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองอายุ 1 ปี กรรมวิธีที่ 3 การศึกษาปลูกทุเรียนพันธุ์หลินลับแลโดยปลูกต้นตอพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองอายุ 2 ปี กรรมวิธีที่ 4 การศึกษาปลูกทุเรียนพันธุ์หลิน ลับแลโดยปลูกต้นตอพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองอายุ 3 ปี พบว่าการเจริญเติบโตของต้นตออายุ 3 ปี มีการเจริญเติบโตดีที่สุด คือ มีความสูงต้น 114.80 เซนติเมตร เส้นรอบวง 7.20 เซนติเมตร และขนาดทรงพุ่ม 63.60 เซนติเมตร ซึ่งเฉลี่ยสูงกว่ากรรมวิธีอื่น การทดลองที่ 4 ผลของการถ่ายละอองเกสรต่างพันธุ์ต่อความผันแปรคุณลักษณะของผลผลิตและคุณภาพทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแล การผสมเกสรทุเรียนข้ามพันธุ์ เพื่อต้องการทราบถึงอิทธิพลของละอองเกสรต่างพันธุ์ที่มีผลต่อเปอร์เซ็นต์การผสมติดและจำนวนพูเต็มและพูหลอกของผลทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและพันธุ์หลินลับแล ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554-2556 ที่สวนเกษตรกรอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยการนำละอองเกสรตัวผู้ของทุเรียนพันธุ์หมอนทอง พันธุ์พื้นเมืองผสมข้ามพันธุ์กับทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและพันธุ์หลินลับแล และปล่อยให้ผสมเองตามธรรมชาติ พบว่า ดอกทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและพันธุ์หลินลับแลที่ทำการผสมข้ามกับละอองเกสรของทุเรียนพันธุ์หมอนทองและพันธุ์พื้นเมือง จะมีเปอร์เซ็นต์การผสมติดมากกว่าที่ผสมตัวเองและผสมเองตามธรรมชาติ ส่วนในด้านขนาดผล จำนวนพูเต็ม น้ำหนักเนื้อต่อผลมาก ผลมีรูปทรงสวยงาม พบว่า คู่ผสมระหว่างพ่อหมอนทองกับแม่หลงลับแลและพ่อหมอนทองกับแม่หลินลับแล จะดีกว่าที่ปล่อยให้มีการผสมเองตามธรรมชาติและผสมตัวมันเอง การทดลองที่ 5 งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาเครื่องมือเก็บเกี่ยวผลทุเรียนหลงและหลินลับแลที่ปลูกในสภาพภูมิประเทศเขตป่าเนินเขาสูงชัน อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ โดยใช้กลไกบ่วงลวดสปริงสำหรับรัดผลทุเรียนและใช้ใบมีดตัดก้านผลทุเรียน การทำงานของเครื่องมือจะมี 2 ขั้นตอนดังนี้คือ นำบ่วงลวดสปริงเข้าคล้องผลทุเรียนแล้วดึงบ่วงให้กลไกทำงานรัดผลทุเรียนก่อน และใช้ใบมีดตัดก้านเหนือขั้วผลเป็นขั้นตอนสุดท้าย ผลการทดสอบ พบว่า สามารถป้องกันข้อบกพร่องของการร่วงหล่นจากบ่วงคล้องได้ 100% และในการทดสอบจับเวลาในการทำงานของเครื่องมือ พบว่าใช้เวลาเฉลี่ยเก็บเกี่ยวผลทุเรียน 48.33 วินาทีต่อผล เมื่อเทียบการทำงานใน 1 ชั่วโมง จะสามารถเก็บเกี่ยวผลทุเรียนได้เฉลี่ย 75 ผลต่อชั่วโมง เกษตรกรสวนทุเรียนใน ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ สามารถนำเครื่องมือเก็บเกี่ยวต้นแบบนี้ ติดตัวไปใช้งานในสภาพภูมิประเทศเขตป่าเนินเขาสูงชันได้อย่างสะดวก

คำสำคัญ

GrowthQualityMorphologyyieldParticipatory Technology Developmentphysiologyeconomic returnadaptive researchlower northern regioncrop managementEcological systempost-harvest technologyDurian Harvesting DeviceLin-Long Lab-Lae varieties

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

โครงการวิจัยนวัตกรรมการผลิตและเทคโนโลยีการใช้ชีวภัณฑ์และสารสกัดจากพืชเพื่อการอารักขาพืชอย่างยั่งยืน

ณัฎฐิมา โฆษิตเจริญกุล กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565

โครงการวิจัยเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพ

ศิริพร วรกุลดำรงชัย กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2553

โครงการวิจัยทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนพันธุ์สาลิกาในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน

บรรเจิด พูลศิลป์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์มันสำปะหลัง

อัจฉรา ลิ่มศิลา กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2553

โครงการวิจัยและพัฒนาปทุมมาและกระเจียว

สุปัน ไม้ดัดจันทร์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2556

โครงการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตขยายและการใช้ชีวภัณฑ์ในการควบคุมศัตรูพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจ

อิศเรส เทียนทัด กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตสะตอในภาคใต้ตอนล่าง

สุมาลี ศรีแก้ว กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2556

โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ศิวิไล ลาภบรรจบ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยและพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลัง

จิณณจาร์ หาญเศรษฐสุข กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2558

อิทธิพลของการให้น้ำชลประทานและระยะปลูกที่มีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตมันเทศ

นายธวัชชัย อุบลเกิด สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2553