การพัฒนาวิธีประเมินคุณภาพผลทุเรียนพื้นบ้านในจังหวัดชุมพรเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ตามแนวทางของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การประเมินความหลากหลายของทุเรียนพื้นบ้านจํานวน 54 สายต้น (พันธุ์) และการเปรียบเทียบ คุณภาพผลกับพันธุ์หมอนทองเกรดพรีเมี่ยม เพื่อการคัดเลือก อนุรักษ์และขยายพันธุ์ ด้วยการสํารวจและ รวบรวมตัวอย่างผลของต้นทุเรียนพื้นบ้านในพื้นที่ 4 อําเภอ คือ อําเภอเมือง อําเภอทุ่งตะโก อําเภอหลังสวน และอําเภอสวี จังหวัดชุมพร ระหว่างปี พ.ศ. 2558-2559 โดยการเก็บข้อมูลพิกัด (GPS coordinates) ของ ต้นและการบันทึกข้อมูลสัณฐานวิทยาของผล ได้ถูกนําเสนอในหนังสือ “ 54 พันธุ์ทุเรียนพื้นบ้านจากชุมพร” การวิเคราะห์คุณภาพเนื้อผล คือ สีเนื้อเหลืองด้วยปริมาณเม็ดสี carotenoid วัดรสชาติด้วยสัดส่วนของ ปริมาณ total soluble solids และปริมาณ starch วัดเนื้อสัมผัสด้วยปริมาณ relative fiber และลักษณะ คุณภาพทางการเกษตรด้วยการคํานวณสัดส่วนที่บริโภคได้ แล้วนําข้อมูลคุณภาพผลข้างต้นไปจัดกลุ่ม Hierarchical cluster analysis ด้วยโปรแกรม PASW ได้พบศักยภาพของพันธุ์พื้นบ้านที่นําไปใช้ประโยชน์ เพื่อการบริโภคสด คือ บ่อทอง ต้นกลาง หน้าบ้าน เครือเถา รางวัลพ่อตา ต้นเหลียงและหัวปลวก ซึ่งพันธุ์ เหล่านี้สามารถพัฒนาเพื่อเป็นพันธุ์การค้าได้ และพบพันธุ์ที่มีควรอนุรักษ์สําหรับใช้ในโปรแกรมปรับปรุงพันธุ์ ทุเรียน คือ ทองใหญ่ (ไอ้ทอง) เพราะมีสัดส่วนที่บริโภคได้มาก การวิเคราะห์ข้อมูลลายพิมพ์ชีวโมเลกุล พบว่า เครื่องหมายไมโครแซทเทลไลท์ (SSR) มีความจําเพาะใน ระดับพันธุ์และใช้ระบุพันธุ์พื้นเมืองได้ รวมทั้งสามารถแปลงข้อมูลจาก PCR ของไพร์เมอร์จํานวน 13 คู่ เป็น รหัสตัวอักษรภาษาอังกฤษ 13 ตัว เพื่อใช้ระบุพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองในรูปแบบบาร์โค้ด การวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพและทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของ ทุเรียนพื้นบ้านจํานวน 2 พันธุ์ คือ สระยักษ์และรางวัลพ่อตา พบว่า มีน้ําเป็นองค์ประกอบหลัก (61.9-66.5 กรัมต่อ 100 กรัมน้ําหนักสด) มีโปรตีน ไขมัน และใยอาหารพอประมาณ 2.9-3.0, 4.8-6.4 และ 2.3-3.3 กรัมต่อ 100 กรัมน้ําหนักสุด ตามลําดับ) แต่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตและน้ําตาลค่อนข้างสูง (23.1-29.1 และ 17.4-23.9 กรัมต่อ 100 กรัมน้ําหนักสด ตามลําดับ) พบธาตุโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณสูง (431457 และ 47-49 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมน้ําหนักสด ตามลําดับ) ทุเรียนทั้งสองพันธุ์มีร้อยละของกรดไขมันไม่ อิ่มตัวพันธะเดี่ยว > กรดไขมันชนิดอิ่มตัว > กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายพันธะ สําหรับสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพพบว่าพันธุ์สระยักษ์มีผลรวมของคาโรทีนอยด์ สารประกอบฟีนอลิกและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าพันธุ์ รางวัลพ่อตา ในภาพรวมของทุเรียนทั้งสองพันธุ์มีคุณค่าทางโภชนาการเช่นเดียวกันกับทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านที่มี รายงานมาก่อน