กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ เรื่อง ประติมากรรมตามรูปแบบการกลมกลืนทางวัฒนธรรมเพื่อเสนอแนวทางการอนุรักษ์พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาวัฒนธรรมความเชื่อพื้นฐานของชาวอีสานในมิติทางพุทธ พราหมณ์ ผี สู่การตีความออกแบบผลงานด้านประติมากรรมจากอดีตถึงปัจจุบัน 2) ศึกษาลักษณะโครงสร้างของรูปแบบเพื่อการจัดแสดงผลงานของพิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม และ 3) เพื่อหาแนวในการปรับปรุงรูปแบบการนำเสนอผลงานของพิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม ในการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยได้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้หน่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ 1) ระดับปัจเจกบุคคล ได้แก่ ผู้รู้ ผู้ปฏิบัติ และกลุ่มประชาชนทั่วไป จำนวน 56 คน โดยใช้แนวทางการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม ผลการวิจัย พบว่า วัฒนธรรมความเชื่อพื้นฐานพุทธ พราหมณ์และผีของสังคมอีสานปัจจุบัน ยังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับพุทธศาสนา ความเชื่อเกี่ยวกับพิธีพราหมณ์ และความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติ มีการประกอบตามประเพณีบุญ12 เดือน ที่เกี่ยวเนื่องกับหลักทางพุทธศาสนา ความเชื่อและการดำรงชีวิตทางเกษตรกรรมซึ่งชาวอีสานยึดถือปฏิบัติกันมาแต่โบราณ มีแนวปฏิบัติแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน เพื่อให้เกิดสิริมงคลในการดำเนินชีวิต โดยได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนกลายเป็นความเชื่อทางวัฒนธรรมและประเพณีที่สะท้อนออกมาในลักษณะของงานประติมากรรมอาทิสิ่งปลูกสร้างเชิงสัญลักษณ์ เช่น วัด โบสถ์ วิหาร พระพุทธรูป พระธาตุ เจดีย์ สถูป และสัญลักษณ์ทางคติแบบผี และพราหมณ์ ที่สะท้อนให้เห็นว่าลักษณะความสัมพันธ์ของคนอีสานกับวัฒนธรรมระหว่างความเชื่อพุทธ พราหมณ์และผีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนในสังคมและสัมพันธ์กับโครงสร้างทางสังคม แต่ในกระบวนการอนุรักษ์ของจังหวัดมหาสารคามนั้นไม่มีกระบวนการที่เป็นแบบแผนชัดเจน และในการอนุรักษ์ยังขาดแคลนองค์ความรู้ในการอธิบายและตีความของที่มา ความเชื่อจากการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนั้น อีกทั้งในส่วนของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่เป็นสถานที่ของการอนุรักษ์ยังไม่สมบูรณ์และขาดความเหมาะสมในองค์ประกอบทั้งด้านสถานที่ และเนื้อหาทางวิชาการ