กระบวนการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมเพื่อเรียนรู้และธำรงรักษาวิถีความเป็นพะเยาผ่านหอวัฒนธรรมนิทัศน์ วัดศรีโคมคำ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง “กระบวนการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมเพื่อเรียนรู้และธำรงรักษาวิถีความเป็นพะเยาผ่านหอวัฒนธรรมนิทัศน์ วัดศรีโคมคำ” เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ ประกอบด้วย 1) ศึกษาคุณลักษณะของสื่อพิพิธพันธ์ (หอวัฒนธรรมนิทัศน์วัดศรีโคมคำ) 2) การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการสื่อสารเพื่อกำหนดกลยุทธ์การสื่อสาร ในการเรียนรู้และธำรงรักษาวิถีความเป็นพะเยา และ 3) การพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารในการเรียนรู้และธำรงรักษาวิถีความเป็นพะเยา ซึ่งผู้วิจัยได้ใช้การเก็บข้อมูลโดยการรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก การจัดเสวนา และการจัดกิจกรรม Design Thinking เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ผลวิจัยพบว่า หอวัฒนธรรมนิทัศน์วัดศรีโคมคำ มีคุณลักษณะเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งของจังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานของจังหวัดพะเยา ที่ถือได้ว่ามีความสำคัญปรากฏตามพงศาวดารต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวบรวมเก็บรักษาประเพณีวัฒนธรรมภูมิปัญญาที่น่าสนใจ วัตถุสิ่งของที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งสามารถสื่อสารความเป็นวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของเมืองพะเยา และคนพะเยาได้เป็นอย่างดี ส่วนด้านโครงสร้างการบริหารจัดการหอวัฒนธรรมนิทัศน์ วัดศรีโคมคำ มีการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยมีผู้นำที่ได้นำแนวคิดการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมเข้ามาใช้ ทั้งในด้านการใช้การสื่อสารเพื่อชักนำให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน การดำเนินกิจกรรม การใช้ประโยชน์ และมีส่วนร่วมในการประเมินผล อย่างไรก็ตามกลยุทธ์การสื่อสารของวัฒนธรรมนิทัศน์ วัดศรีโคมคำ ในปัจจุบัน ยังต้องพัฒนาทางด้านการสื่อสารบทบาทของตัวพิพิธภัณฑ์ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สร้างกระบวนการสื่อสารให้เกิดการสื่อสารในเชิงรุกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และก่อให้เกิดการเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น นอกเหนือจากบทบาทหน้าที่เพียงการเก็บรักษารวบรวมเพียงเท่านั้น