การศึกษาองค์ความรู้และต่อยอดภูมิปัญญาพื้นบ้านในการใช้เครือซูดวัสดุธรรมชาติเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในรูปแบบของเครื่องจักสาน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การศึกษาองค์ความรู้และต่อยอดภูมิปัญญาพื้นบ้านในการใช้เครือซูดวัสดุ ธรรมชาติเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในรูปแบบของเครื่องจักสาน ผู้วิจัย ผศ.ดร.ศาสตรา เหล่าอรรคะ มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปีที่พิมพ์ 2560 บทคัดย่อ การศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษาองค์ความรู้และต่อยอดภูมิปัญญาพื้นบ้านในการใช้เครือซูดวัสดุธรรมชาติเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในรูปแบบของเครื่องจักสานเป็นการวิจัยที่มีความมุ่งหมายสำคัญ สองประการคือ (1) ศึกษาองค์ความรู้ ประวัติความเป็นมาและสภาพปัจจุบันปัญหาเกี่ยวกับภูมิปัญญาพื้นบ้านในการใช้เครือซูดตั้งแต่ขั้นตอน การปลูกขยายพันธ์ การแปรรูป และ (2) เพื่อต่อยอดภูมิปัญญาพื้นบ้านในการใช้เครือซูดวัสดุธรรมชาติเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในรูปแบบของเครื่องจักสานการศึกษาวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ได้แบ่งกลุ่มตัวอย่างเพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็น 3 กลุ่มคือ 1) กลุ่มผู้รู้ 2) กลุ่มผู้เกี่ยวข้อง, ผู้ปฏิบัติการ และ 3) บุคคลทั่วไปรวมทั้งสิ้น 36 คนโดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร (Document) เก็บรวบรวมข้อมูลจากภาคสนาม (Field Study) ด้วยการ สำรวจเบื้องต้น สัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง สังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม การสนทนากลุ่ม และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาทางที่จะตอบปัญหาตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลการศึกษาพบว่าชุมชนบ้านกุดซุยมีเอกลักษณ์จากวัสดุที่ใช้ในการผลิตเครื่องจักสานหวาย และการนำวัสดุทดแทนหวายในท้องถิ่นมาใช้ด้วยการนำต้นเครือซูดซึ่งเป็นพืชตระกูลไม้เถาว์ มีอยู่มากบริเวณป่าโคกป่าทามตามหัวไร่ปลายนามาสานแทนหวายช่างผู้ชำนาญในชุมชนสามารถที่จะสานหวายและต้นซูดออกมาได้หลาย Pattern ตามความต้องการของลูกค้า งานสั่งทำแต่ละตัวจะมีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร อย่างไรก็ตามลายที่ขายดีคือลายรังนก ขั้นตอนการผลิตเฟอร์นิเจอร์จากเครือซูต 1.)นำเคลือซูตมาปอกผิวออก ( Peeling )2.)นำหวายที่จะทำโครงปอกเปลือกแล้วมาตัดให้ตรง2.1.ตัดขนาดตามที่ต้องการ ( Cutting)2.2.นำหวายที่ตัดขนาดตามที่ต้องการแล้วมาขัดด้วยกระดาษทรายให้ผิวเกลี้ยงและกลมสำหรับหวายที่มีลักษณะเป็นเส้นตรง ส่วนหวายที่มีลักษณะที่เป็นเส้นโค้ง จะต้องนำมาอบไอน้ำ ( Steam Boiling ) แล้วจึงนำไปดัดโค้ง ( Bending) และตัดขนาดตามที่ต้องการ2.3.นำชิ้นส่วนที่เป็นเส้นตรงและเส้นโค้งมาประกอบกัน ( Assembly ) ตามแบบและชนิดของเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นโดยยึดด้วยตะปู (Nailing) และมัดด้วยผิวหวาย (Rattan Fastening)เสร็จเป็นโครงเฟอร์นิเจอร์พร้อมนำไปประกอบ 3.)นำเครือซุตที่ลอกเปลือกและตากแดดเรียบร้อยแล้วมาชุบน้ำสานประกอบกับโครงหวายที่เตรียมใว้ 4.)นำเฟอร์นิเจอร์ที่ประกอบแล้วมาขัดหยาบ (Rough Sanding)5.)เผาขนหวายโดยใช้ไฟลน (Burning)6.)ขัดละเอียด (Final Sanding) ตกแต่ง 7.)พ่นหรือทาสีรองพื้น8.)พ่นสีหรือทาแชลแลคและแลคเกอร์ (Final Coating)9.)ทำเบาะรองสำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องใช้เบาะประกอบ10.)ตรวจสอบคุณภาพ(ไม่ว่าผลิตแบบครัวเรือนหรือโรงงานขนาดใหญ่ก็ควรมีขั้นตอนนี้)11.)บรรจุหีบห่อหรือนำไปเก็บรักษาเพื่อรอการจำหน่ายต่อไป การต่อยอดภูมิปัญญาพื้นบ้านในการใช้เครือซูดวัสดุธรรมชาติเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในรูปแบบของเครื่องจักสานพบว่าเครือซูดวัสดุธรรมชาติได้รับความนิยมนำมาผลิตเป็นอุปการณ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและเครื่องมือดักสัตว์ หลายยุคหลายสมัย เมื่อนำมาผสมผสานกับงานดีไซน์ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปแบบทันสมัยเพิ่มเสน่ห์ให้กับเครือซูดมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก โดยเฉพาะการนำงานเฟอร์นิเจอร์เครือซูดเข้ามาตกแต่งภายในบ้าน ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่มีความแข็งแรงทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่ขึ้นอยู่กับการใช้งานที่ต้องใช้ให้ถูกประเภท เช่นไม่ใช้วางของหนักๆ หรือปล่อยให้เฟอร์นิเจอร์หวายแท้ตากแดดตากฝน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้อายุของงานหวายแท้สั้นลง โดยข้อสรุปต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมานี้สามารถนำมาสร้างเป็นข้อกำหนดหรือขอบเขต เพื่อที่จะนำมาใช้เป็นกรอบแนวคิดในการออกแบบและสร้างรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นที่ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ การออกแบบเป็นการทำให้เกิดรูปทรงใหม่ขึ้นที่มีความสัมพันธ์กับความงามทางด้านศิลปะการออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องคำนึงถึงหลักการต่อไปนี้ 1. หน้าที่ใช้สอย (Function) 2. ความปลอดภัย (Safety) 3. ความแข็งแรง (Construction) 4. ความสะดวกสบายในการใช้ (Ergonomics) 5. ความสวยงามน่าใช้ (Aesthetics or Scale Appeal)