กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาความปลอดภัยและความทนต่อยาหอมเบญจทิพย์โอสถในอาสาสมัคร สุขภาพดีทั้งเพศชายและเพศหญิง จานวน 17 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยวิธีการสุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 จานวน 9 ราย และกลุ่มที่ 2 จานวน 8 ราย ซึ่งได้รับสารสกัดยาหอมเบญจทิพย์โอสถแคปซูล ขนาด 300 และ 150 มิลลิกรัมต่อวัน ตามลาดับ โดยรับประทานยาติดต่อกันนาน 14 วัน จากนั้นหยุดรับประทานยา 14 วัน วัดค่าทางโลหิตวิทยาและค่าทางชีวเคมีทั้งสิ้น 6 ครั้งคือ วันแรกรับ, วันที่ 1 (12 ชม. และ 24 ชม.), วันที่ 8, วันที่ 15 และ วันที่ 29 ผลการศึกษาพบว่า อาสาสมัครทุกรายไม่มีอาการข้างเคียงใดในช่วงรับประทานยา ค่าทางโลหิตวิทยาและค่าทางชีวเคมีบางค่าเปลี่ยน แปลง หลังได้รับสารสกัด แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ค่าปกติ โดยค่าความดันช่วงบน (Systolic) และค่าความดันช่วงล่าง (Diastolic) มีแนวโน้มลดลงแต่ไม่มีนัยสาคัญทางสถิติ ขณะที่ปริมาณโซเดียม (Na), โปแตสเซียม (K), คลอไรด์ (Cl), ค่าไดเร็กบิลิรูบิน (Direct bilirubin) และค่าเอนไซม์ AST ของอาสาสมัครทั้ง 2 กลุ่ม ก่อนและหลังได้รับสารสกัดตารับยาหอมเบญจทิพย์โอสถแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ทั้งนี้ค่าโซเดียม (Na) และโปแตสเซียม (K) มีปริมาณลดลง ขณะที่ค่าคลอไรด์ (Cl), ค่าไดเร็กบิลิรูบิน (Direct bilirubin) และค่าเอนไซม์ AST มีปริมาณสูงขึ้น ซึ่งมีผลกระทบชัดเจนหลังจากการรับประทานครบ 7 วัน สรุปได้ว่า แม้ว่าการรับประทานสารสกัดยาหอมเบญจทิพย์โอสถแคปซูลขนาด 150-300 มก.ต่อวัน ติดต่อกันนาน 14 วัน อาสาสมัครจะไม่แสดงอาการข้างเคียงใด ๆ ทว่าผลทางชีวเคมีในเลือดแสดงให้เห็นว่า การรับประทานสารสกัดยาหอมเบญจทิพย์โอสถติดต่อกัน ควรกาหนดระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน จะเป็นเวลาที่เหมาะสม