Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

การศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของสารสกัดตำรับยาไทย(เบญจทิพย์โอสถ)ในอาสาสมัครปกติและผู้ป่วยโรคลดความดันโลหิตสูง (ดำเนินการต่อยอดจากการศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของสารสกัดตำรับยาไทย (เบญจทิพย์โอสถ)ในอาสาสมัครปกติและผู้ป่วยโรคลดความดันโลหิตสูง ในปีงบประมาณ 2557)

ปรีชา หนูทิม กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาความปลอดภัยและความทนต่อยาหอมเบญจทิพย์โอสถในอาสาสมัคร สุขภาพดีทั้งเพศชายและเพศหญิง จานวน 17 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยวิธีการสุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 จานวน 9 ราย และกลุ่มที่ 2 จานวน 8 ราย ซึ่งได้รับสารสกัดยาหอมเบญจทิพย์โอสถแคปซูล ขนาด 300 และ 150 มิลลิกรัมต่อวัน ตามลาดับ โดยรับประทานยาติดต่อกันนาน 14 วัน จากนั้นหยุดรับประทานยา 14 วัน วัดค่าทางโลหิตวิทยาและค่าทางชีวเคมีทั้งสิ้น 6 ครั้งคือ วันแรกรับ, วันที่ 1 (12 ชม. และ 24 ชม.), วันที่ 8, วันที่ 15 และ วันที่ 29 ผลการศึกษาพบว่า อาสาสมัครทุกรายไม่มีอาการข้างเคียงใดในช่วงรับประทานยา ค่าทางโลหิตวิทยาและค่าทางชีวเคมีบางค่าเปลี่ยน แปลง หลังได้รับสารสกัด แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ค่าปกติ โดยค่าความดันช่วงบน (Systolic) และค่าความดันช่วงล่าง (Diastolic) มีแนวโน้มลดลงแต่ไม่มีนัยสาคัญทางสถิติ ขณะที่ปริมาณโซเดียม (Na), โปแตสเซียม (K), คลอไรด์ (Cl), ค่าไดเร็กบิลิรูบิน (Direct bilirubin) และค่าเอนไซม์ AST ของอาสาสมัครทั้ง 2 กลุ่ม ก่อนและหลังได้รับสารสกัดตารับยาหอมเบญจทิพย์โอสถแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ทั้งนี้ค่าโซเดียม (Na) และโปแตสเซียม (K) มีปริมาณลดลง ขณะที่ค่าคลอไรด์ (Cl), ค่าไดเร็กบิลิรูบิน (Direct bilirubin) และค่าเอนไซม์ AST มีปริมาณสูงขึ้น ซึ่งมีผลกระทบชัดเจนหลังจากการรับประทานครบ 7 วัน สรุปได้ว่า แม้ว่าการรับประทานสารสกัดยาหอมเบญจทิพย์โอสถแคปซูลขนาด 150-300 มก.ต่อวัน ติดต่อกันนาน 14 วัน อาสาสมัครจะไม่แสดงอาการข้างเคียงใด ๆ ทว่าผลทางชีวเคมีในเลือดแสดงให้เห็นว่า การรับประทานสารสกัดยาหอมเบญจทิพย์โอสถติดต่อกัน ควรกาหนดระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน จะเป็นเวลาที่เหมาะสม

คำสำคัญ

ประสิทธิผลSafetyความปลอดภัยEfficacyตำรับยาไทยThai Traditional Drug

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ประสิทธิผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องการใช้ยาต่อพฤติกรรมการใช้ยาของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพธิ์ไทรงาม อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร

กิ่งแก้ว สำรวยรื่น มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พ.ศ. 2562

ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ตำบลชุมพร อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด

ฉัตรลดา ดีพร้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2562

ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาเพื่อการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพ ของประชากรกลุ่มเสี่ยง โรคความดันโลหิตสูง ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

สุภัสสรา พิชญพงศ์โสภณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2561

ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเขาดิน อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่

ประหยัด ช่อไม้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2558

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัยของอาสาสมัครสาธารณสุข

วิรัตน์ แก้วภูมิแห พ.ศ. 2560

ประสิทธิผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพที่มีต่อพฤติกรรมการป้องกันภาวะแทรกซ้อน ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จังหวัดปทุมธานี

อภิชัย คุณีพงษ์ พ.ศ. 2560

การพัฒนาโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงในชุมชนหนองพลับ จังหวัดเพชรบุรี

ปาณิสรา ส่งวัฒนายุทธ พ.ศ. 2559

โครงการการศึกษาอันตรกิริยาทางเภสัชจลศาสตร์ระหว่างน้ำทับทิมและยาไซโคลสปอรินในอาสาสมัครชายไทยสุขภาพดี

ภัควดี เสริมสรรพสุข มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2555

ลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมป้องกันโรคของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อําเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์

หนึ่งฤทัย สิงห์ทา มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2560

ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพของบุคลากรที่เสี่ยงต่อภาวะ ความดันโลหิตสูง

ศิริพันธุ์ ศิริพันธุ์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. 2561