การพัฒนาซินนามาลดีไฮด์นาโนอิมัลชั่นเพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยแผลกดทับ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
น้ำมันเปลือกอบเชยเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากพืช Cinnamomum zeylanicum ซึ่งอยู่ใน Family Lauraceae มักเจริญเติบโตแถบทางใต้และตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย การวิเคราะห์น้ำมันอบเชยด้วยวิธี gas chromatography/ mass spectrometry พบว่าประกอบด้วยซินนามาลดีไฮด์ร้อยละ 85 เป็นสารประกอบหลักในรูปแบบ trans-cinnamaldehyde น้ำมันเปลือกอบเชย และซินนามาลดีไฮด์มีฤทธิ์การยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ได้กว้าง และมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งแบคทีเรียแกรมบวก และลบราเส้นใย และรากลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ มีรายงานเกี่ยวกับซินนามาลดีไฮด์ว่าเป็นสารที่ปลอดภัย และไม่ก่อมะเร็งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม มีงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนว่าซินนามาลดีไฮด์สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ และใช้เป็นสารยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์โดยเติมลงในผลิตภัณฑ์ และเป็นสารธรรมชาติที่ใช้กันอย่างแพร่หลายโดยเติมในผลิตภัณฑ์อาหาร และเครื่องสำอาง ในงานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ซินนามาลดีไฮด์นาโนอิมัลชั่น เพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยแผลกดทับ ในรูปแบบนี้จะมีข้อดีคือควบคุมการปลดปล่อยสารออกฤทธิ์ในตำแหน่งที่ต้องการ และป้องกันสารสำคัญจากความไม่คงตัวเมื่อเก็บในสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น แสง ความชื้น ออกซิเจน น้ำมันเปลือกอบเชย และสารสำคัญคือ ซินนามาลดีไฮด์ น้ำมันเปลือกอบเชยและสารสำคัญถูกเตรียมในรูปนาโนอิมัลชั่นโดยใช้วิธีพลังงานสูงซึ่งจะให้ขนาดอนุภาคน้อยกว่า 100 นาโนเมตร นอกจากนี้การใช้ high pressure homogenizer ยังเป็นวิธีที่นิยม และเหมาะสมในการเตรียมนาโนอิมัลชั่นในห้องปฏิบัติการ โดยจะให้อนุภาคนาโนที่ขนาด และรูปร่างดี เมื่อเติมโจโจบา และทำให้เสถียรด้วยสารลดแรงตึงผิวร่วม คือ tween 80 และ poloxamer 188 ในอัตราส่วน 3 ต่อ 2 โดยน้ำหนัก ให้ขนาดอนุภาคเล็กที่สุดเท่ากับ 57.60-76.82 นาโนเมตร ในขณะ ที่สารออกฤทธิ์จะถูกจับ และปลดปล่อยเมื่อเวลาผ่านไป 2 ชม. และค่อยๆปลดปล่อยออกมาร้อยละ 70-80 จนถึง 24 ชม.ในการทดสอบในหลอดทดลอง เมื่อพิจารณากลไกการออกฤทธิ์ของน้ำมันอบเชย และซินนามาลดีไฮด์ซึ่งเตรียมในรูปแบบนาโนอิมัลชั่นโดยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด พบว่า มีผลทำลายผนังเซลล์ของ P. aeruginosa ซึ่งส่งผลให้เซลล์ตายในที่สุด เมื่อทำการประเมินความคงตัวทางเคมีกายภาพและชีวภาพ พบว่า น้ำมันอบเชยและซินนามาลดีไฮด์ซึ่งเตรียมในรูปแบบนาโนอิมัลชั่นมีประสิทธิภาพ และความคงตัวเพียงพอที่จะนำไปพัฒนาต่อเป็นยาในรูปแบบทาภายนอกเพื่อป้องกันการติด เชื้อที่ผิวหนัง ผลการทดลองชี้ให้เห็นว่าน้ำมันเปลือกอบเชย และซินนามาลดีไฮด์ในรูปแบบนาโนอิมัลชั่นมีศักยภาพในการนำมาประยุกต์ใช้ด้านเภสัชศาสตร์ชีวภาพ