Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

การพัฒนาไมโครอิมัลชันชนิดปราศจากแอลกอฮอล์สำหรับการนำส่งยาทางรูขุมขนของฟีแนสเทอไรด์: การหาสูตรตำรับที่เหมาะสมที่สุดและการประเมินคุณลักษณะ

ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ฟีแนสเตอไรด์เป็นยาชนิดรับประทานที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคศีรษะล้านจากพันธุกรรม โดยออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ 5 ?- reductase ชนิดที่ 2 การให้ฟีแนสเตอไรด์รูปแบบรับประทานทำให้เกิดผลข้างเคียงเกี่ยวกับการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ดังนั้นการให้ยาฟีแนสเตอไรด์ในรูปแบบนำส่งทางผิวหนังจึงถูกพัฒนาเพื่อหลีกเลี่ยงอาการข้างเคียงจากยาดังกล่าว โดยไมโครอิมัลชันจัดเป็นระบบนำส่งยาที่มีความน่าสนใจอีกระบบหนึ่ง โดยงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตำรับไมโครอิมัลชันชนิดปราศจากแอลกอฮอลล์ที่กักเก็บยาฟีแนสเตอไรด์ที่มีประสิทธิภาพในการนำส่งทางผิวหนังและรูขุมขน ซึ่งมีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการคำนวณเพื่อหาสูตรตำรับที่เหมาะสมที่สุด ส่วนประกอบในตำรับไมโครอิมัลชัน ได้แก่ วัฏภาคน้ำ น้ำมันอบเชย เป็นวัฏภาคน้ำมัน ทวีน 20 เป็นสารลดแรงตึงผิวและมีโพรพิลีนไกลคอลเป็นสารลดแรงตึงผิวร่วม ที่สัดส่วน 3:1 โดยส่วนประกอบของตำรับไมโครอิมัลชันกำหนดให้เป็นปัจจัยสูตรตำรับ (Xn) ขณะที่คุณสมบัติทางเคมีกายภาพ (ขนาดอนุภาค การกระจายขนาดอนุภาค การนำไฟฟ้า และค่าความเป็นกรด-ด่าง) และความสามารถในการซึมผ่านผิวหนังกำหนดเป็นตัวแปรตอบสนอง (Yn) ผลการศึกษาพบว่าสูตรตำรับไมโครอิมัลชันที่เหมาะสมที่สุดประกอบด้วยอัตราส่วนร้อยละของน้ำมัน : น้ำ : สารลดแรงตึงผิวผสม เท่ากับ 15 : 30 : 55 ซึ่งตำรับดังกล่าวนี้มีอัตราการซึมผ่านผิวหนังของยาฟีแนสเตอไรด์สูงสุด เท่ากับ 2.02 ?g/cm2/h โดยการซึมผ่านของไมโครอิมัลชันใช้ช่องทางการซึมผ่านทางรูขุมขนเป็นหลัก นอกจากนี้ยาฟีแนสเตอไรด์ที่บรรจุในไมโครอิมัลชันในความเข้มข้นที่ทดสอบ (0.01-100 ?M) ไม่แสดงความเป็นพิษต่อเซลล์ dermal papilla ซึ่งเป็นเซลล์เป้าหมายอีกด้วย อัตราการซึมผ่านผิวหนังของฟีแนสเตอไรด์ในผลิตภัณฑ์ต้นแบบในท้องตลาดกับสูตรตำรับไมโครอิมัลชันที่เหมาะสมที่สุดไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทำให้ตำรับไมโครอิมัลชันที่กักเก็บยาฟีแนสเตอไรด์นี้มีความเป็นไปได้ในการนำมาใช้รักษาโรคศีรษะล้านจากพันธุกรรมแทนรูปแบบยารับประทาน

คำสำคัญ

Optimizationtargeted drug deliveryFinasteridealcohol-free microemulsionstransfollicular deliveryการนำส่งยาสู่เป้าหมายการหาสูตรตำรับที่เหมาะสมที่สุดฟีแนสเทอไรด์ไมโครอิมัลชันชนิดปราศจากแอลกอฮอล์ระบบนำส่งยาทางรูขุมขน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาไมโครอิมัลชันชนิดปราศจากแอลกอฮอล์สำหรับการนำส่งยาทางรูขุมขนของฟีแนสเตอไรด์: การหาสูตรตำรับที่เหมาะสมที่สุดและการประเมินคุณลักษณะ

ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2561

การพัฒนากรรมวิธีเตรียมสารสกัดเถาวัลย์เปรียงโดยใช้เอนไซม์ เพื่อเพิ่มฤทธิ์ต้านอักเสบ ฤทธิ์ต้านการสังเคราะห์เมลานิน และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

กรวิทย์ อยู่สกุล สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2565

กลไกรักษาอาการผมร่วงของสารเคมี พฤกษเคมี และสารสกัดธรรมชาติ โดยการออกฤทธิ์ต่อฮอร์โมน

ไชยวัฒน์ ไชยสุต มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2553

การศึกษาการเตรียมเม็ดไคโตเซนด้วยปฏิกิริยาครอสลิงค์กับน้ำยางธรรมชาติที่มีหมู่อีพอกไซด์เพื่อใช้ในการนำส่งยาทางผิวหนัง

ชิตชไม โอวาทฬารพร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2554

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากหนามแดง

จาณียา ขันชะลี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2560

เมลาโทนิน: เหมาะสมหรือยังที่จะนำมาใช้ในวิสัญญี

กรนิกา ยานการ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2562

ผลของสารสกัดหยาบจากอบเชยและส้มแขกต่อการยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์ แอลฟา-อะไมเลส ไลเปส ทริปซิน และแอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนส

อัจฉรา แสงจันทร์ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2559

ผลของระดับไขมันในซีรั่มต่อการออกฤทธิ์ของยา lumefantrine

เกศินี โชติวานิช คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2553

โครงการผลของไมโครนีดเดิ้ล สารเร่งการซึมผ่านและระบบนำส่งไลโปโซมต่อการซึมผ่านผิวหนังและความคงตัวของเปปไทด์และโปรตีน

ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2555

ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวหน้าและโลชั่นจากสารสกัดคราม

กมลวรรณ จงจิตต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2564