Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

การดัดแปรอนุพันธ์ที่ละลายน้ำของไคโตซานเพื่อประยุกต์ใช้ในเครื่องสำอางถนอมผิวพรรณ

พิมพร ลีลาพรพิสิฐ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการสังเคราะห์โซเดียมคาร์บอกซีเมทธิลไคโตซาน (CM-Chitosan) จาก ไคโตซานซึ่งสกัดได้จากวัสดุเหลือใช้หรือเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมอาหารทะเลในประเทศไทย ที่มีคุณสมบัติใน การเพิ่มความชุ่มชื้นผิวและนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นผิวที่มีประสิทธิภาพและความคงตัว ใน การสังเคราะห์นี้ได้คาร์บอกซีเมทธิลไคโตซาน คิดเป็นผลผลิต 130?7.25% ของไคโตซาน การศึกษาลักษณะ สัณฐานวิทยาของไคโตซานและคาร์บอกซีเมทธิลไคโตซานโดยใช้กล้องจุลทรรศน์แบบส่องกราด(scanning electron microscope) พบว่าผิวของไคโตซานมีลักษณะที่เรียบกว่าคาร์บอกซีเมทธิลไคโตซาน และเกิดการ พองตัวได้ง่ายขึ้น คาร์บอกซีเมทธิลไคโตซานละลายในน้ำได้ดี แต่ไม่ละลายใน ethanol, mineral oil, butylen glycolและ acetone มีการพองตัวดีมาก (swelling index = 500 mg/g) ซึ่งเท่ากับ HPMC, sodium CMC, และมากกว่า MC low viscosity , Squid chitosan, squid oligomer, shrimp chitosan และ shrimp oligomer นอกจากนี้ยังสามารถพองตัวได้เร็วกว่า HPMC จากการศึกษาความเข้ากันได้ของคาร์ บอกซีเมทธิลไคโตซานกับสารต่างๆด้วยเทคนิค FT-IR และ DSC พบว่า คาร์บอกซีเมทธิลไคโตซาน เข้าดีดีกับ สารที่มีสมบัติเป็นกลาง เช่น cetyl alcohol, glycerylmonosterate, สารที่เป็นกรด เช่น stearic acid, ascorbic acid, sodium ascorbyl phosphate เป็นต้น การศึกษาคุณสมบัติการเป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้น ผิวที่ประเมินประสิทธิภาพการเพิ่มความชุ่มชื้นผิวด้วยเครื่อง Corneometer? ทั้งในผิวหนังหมูและผิวหนัง อาสาสมัคร และการประเมินผลด้วยวิธีวัดการหดตัวของหนังหมู ให้ผลที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน คือ 0.4% CM-chitosan มีผลในการเพิ่มความชุ่มชื้นผิว สูงที่สุด ดังนั้นจึงถูกคัดเลือกเพื่อนำไปตั้งตำรับครีมเพิ่มความชุ่ม ชื้นผิวพบว่า ผลิตภัณฑ์ครีมผสมCM-chitosanในความเข้มข้น 0.4% มีความคงตัวที่ดีในสภาวะเร่ง และที่ อุณหภูมิห้อง 4?C และ 45?C เป็นเวลานาน 60 วัน โดยมีลักษณะภายนอก และพีเอช ไม่เปลี่ยนแปงไปจาก หลังเตรียม ซึ่งสรุปได้ว่ามีความคงตัวทางกายภาพที่ดี ผลการทดสอบความระคายเคืองของผลิตภัณฑ์ใน สัตว์ทดลอง พบว่า ผลิตภัณฑ์ครีมผสม CM-chitosan ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง การประเมินผล โดยการวัดค่าความชุ่มชื้นผิวในอาสาสมัครด้วยเครื่อง Corneometer พบว่าครีมผสม CM-chitosan มี ประสิทธิภาพในการเพิ่มคว่ามชุ่มชื้นผิวได้ดีกว่าครีมผสม Hyaluronic acid และครีมผสม Propylene glycol อย่างเห็นได้ชัด และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวในอาสาสมัครที่ทดสอบ

คำสำคัญ

skin care cosmeticskin moisturizerWater soluble chitosan

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ปูดองเค็ม เพื่อความปลอดภัยในการบริโภค

ชุตินุช สุจริต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2555

การศึกษาและพัฒนาสารเคลือบผิวมะม่วงน้ำดอกไม้ด้วยไคโตซาน

ชนากานต์ วิญญกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2558

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาไคโตแซนจากวัตถุดิบภายในประเทศไทยเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง

ระพีพรรณ ฉลองสุข มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2552

การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำอบไทยสูตรเข้มข้น

กิตติ ยอดอ่อน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2558

การพัฒนาและการประยุกต์ใช้อนุพันธ์ไคโตแซนในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางโดยใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิตของประเทศไทย

มานี เหลืองธนะอนันต์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2557

คุณภาพทางเคมีของสารสกะดน้ำจากใบแมงลักคา

จารีย์ บันสิทธิ์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พ.ศ. 2557

การพัฒนาวิธีการสกัดลิกนินจากขี้เลื่อยไม้ยางพาราด้วยตัวสกัดแบบยูเทคติค เพื่อใช้เป็นสารสำคัญในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

นางสาวจุฬาลักษณ์ พินิตภุชพงศ์ พ.ศ. 2567

การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของละมุดออร์แกนิคเพื่อพัฒนาเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิว

จิราภรณ์ ทองตัน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2564

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อเพิ่มมูลค่าจากเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามในจังหวัดเพชรบูรณ์

ชนากานต์ วิญญกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2559

การกำจัดสีย้อมผ้าจากน้ำเสียโดยด้วยใช้แร่ดินมอนต์มอริลโลไนต์ตรึงด้วยไคโตซานและแลคเคส

จักรกฤษณ์ อัมพุช มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2561