การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษโดยใช้นิทานพื้นบ้าน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ ให้สามารถใช้นิทานพื้นบ้านในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาของนักเรียนที่มี ความต้องการพิเศษ โดยกลุ่มเป้าหมาย คือครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษจ านวน 5 คนและ นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ จ านวน 20 คน โรงเรียนบ้านศรีบุญเรือง อ าเภอสันทราย จังหวัด เชียงใหม่ กระบวนการวิจัยเป็นแบบเชิงทดลอง และเครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย (1) แบบวิเคราะห์ สถานการณ์ในท้องถิ่นของตนเองเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้าน (2) แบบสอบถามความคิดเห็นของครูผู้สอน นักเรียนเด็กที่มีความต้องการพิเศษเกี่ยวกับการจัดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทาง ภาษาของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษโดยใช้นิทานพื้นบ้านเป็นข้อค าถามปลายเปิด (3) แบบสอบถามความคิดเห็นของครูผู้สอนนักเรียนเด็กที่มีความต้องการพิเศษถึงปัญหาและอุปสรรค ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษโดยใช้ นิทานพื้นบ้าน เป็นข้อค าถามปลายเปิด (4) แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้เสริมทักษะการอ่าน และการเขียนส าหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในช่วงชั้นที่ 2 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 (5) แผนการจัดการเรียนรู้เสริมทักษะการอ่านและการเขียนส าหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ โดยใช้นิทานพื้นบ้าน ในช่วงชั้นที่ 2 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 (6) แบบทดสอบก่อนเรียน-หลัง เรียน เกี่ยวกับทักษะภาษาด้านการอ่านการเขียนส าหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในช่วงชั้นที่ 2 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 (7) นิทานพื้นบ้านเรื่อง ต านานค ากลอน “โรงเรียนบ้านศรีบุญเรือง” สถิติที่ใช้ในวิเคราะห์ข้อมูลคือแบบประเมินความสอดคล้อง (IOC) และค่าร้อยละ ผลการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาของนักเรียนที่มีความ ต้องการพิเศษโดยใช้นิทานพื้นบ้าน สามารถสรุปได้ดังนี้ 1. ครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ สามารถใช้นิทานพื้นบ้านในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ สามารถ (1) ด าเนินการจัดท าแผนการจัดการเรียนรู้เสริมทักษะการอ่านและการเขียนส าหรับนักเรียนที่มีความต้องการ พิเศษซึ่งอยู่ในกลุ่มที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ โดยใช้นิทานพื้นบ้าน ในช่วงชั้นที่ 2 ประถมศึกษาปีที่ 4-6 จ านวนทั้งหมด 10 แผนการสอน (2) แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน เกี่ยวกับทักษะภาษาด้านการอ่านการ เขียนส าหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในช่วงชั้นที่ 2 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่4–6 (3) ด าเนินการ สร้างนิทานพื้นบ้านเรื่อง ต านานค ากลอน “โรงเรียนบ้านศรีบุญเรือง” ได้จ านวน 1 เรื่อง 2. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาของนักเรียนที่มีความต้องการ พิเศษ โดยใช้นิทานพื้นบ้าน พบว่า นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ของครูโดยใช้ใช้นิทานพื้นบ้านมีทักษะทางภาษาดีขึ้น เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ ดังนี้ 2.1) นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษชั้นประถมศึกษาปีที่ 4มีทักษะภาษาที่เกี่ยวข้องกับการ อ่านและการเขียน ร้อยละเท่ากับ 74.54 อยู่ในระดับ ดี 2.2) นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีทักษะภาษาที่เกี่ยวข้องกับการ อ่านและการเขียน ร้อยละเท่ากับ 80.00 อยู่ในระดับ ดี 2.3) นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษชั้นประถมศึกษาปีที่ 6มีทักษะภาษาที่เกี่ยวข้องกับการ อ่านและการเขียน ร้อยละเท่ากับ 90.00 อยู่ในระดับ ดีมาก 3. ปัญหา อุปสรรคในการพัฒนาครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษโดยใช้นิทาน พื้นบ้านในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษมี ดังนี้ 3.1) ครูผู้สอน ไม่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้าน มีประสบการณ์หรือความรู้ นิทานพื้นบ้านน้อย มีประสบการณ์ เรื่อง การจัดการศึกษาพิเศษน้อยมากเพิ่งมาจับงานด้านเรียนร่วม มีภาระงานสอนมากไม่ค่อยมีเวลา 3.2) งบประมาณ มีจ านวนจ ากัด 3.3) สื่อการสอน มีตัวอย่างผลงานที่ใช้นิทานพื้นบ้านมาจัดการเรียนการสอนน้อย