การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร: กากรำข้าวอินทรีย์เป็นตัวดูดซับสารให้ความชุมชื้นสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของกากรำข้าวอินทรีย์ในการดูดขับสาร ให้ความชุ่มชื้น 2 ชนิด ได้แก่ ยูเรีย และกลีเซอรีน ที่ใช้ในเครื่องสำอาง เพื่อช่วยในการกักเก็บความ ชุ่มชื้นไว้บนผิวหนัง ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ กากรำข้าวอินทรีย์ จากสหกรณ์การเกษตร อำเภอ ปราสาพ จัดหวัดสริมทร์ ซึ่งถูกนำมาปรับสภาพพื้นผิวตัวยสารสะลายใยพรมโอกใจที่ เหรื่องมือที่ ใช้ในการวิจัย คือ การศึกษาการดูดชับโดยใช้การทดลองแบบแบทช์ โดยสถิติที่ใช้ในงานวิจัยคือ ค่าเฉลี่ย จากการทำการทดลองสามซ้ำ ในการศึกษาหาเวลาในการเข้าสู่สมดุล ปริมาณการดูดชับ และ พฤติกรรมการดูดชับตามสมการของแลงเมียร์และฟรอยด์ลิช การศึกษาเวลาในการเข้าสู่สมดุลของ การดูดซับทำได้โดยการเขย่ากากรำข้าวอินทรีย์ 0.5 กรัม ในสารละลายยูเรียหรือกลีเซอรีนความ เข้มข้นร้อยละ 1 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร ที่เวลาต่างๆ และตรวจวัดปริมาณสารให้ความชุ่มชื้นที่ยังคง เหลืออยู่ในสารละลาย สำหรับการหาความสามารถในการดูดชับสารให้ความชุ่มชื้นของกากรำข้าว อินทรีย์ ทำได้โดยการเขย่ากากรำข้าวอินทรีย์ 0.5 กรัม ในสารละลายยูเรียหรือกลีเซอรีนปริมาตร 50 มิลลิลิตร ที่ระดับความเข้มข้นแตกต่างกัน (1, 2, 3, 4, 5, 10, 15 และ 30 กรัมต่อยมิลลิลิตร) เป็นเวลา 1,440 นาที พบว่ายูเรียและกลีเซอรีนใช้เวลาในการเข้าสู่สมดุลเท่ากับ 40 และ 60 นาที ตามลำดับ โดยกากรำข้าวอินทรีย์ย์มีความสามารถในการดูดชับยูเรียได้ดีกว่ากลีเซอรีน ผลการศึกษา ไอโซเทอร์มการดูดซับ พบว่าสอดคล้องเป็นอย่างดีกับสมการของฟรอยด์ลิช ผลการวิจัยนี้สามารถ นำมาใช้ในการประเมินความเหมาะสม และประสิทธิภาพของกากรำข้าวอินทรีย์ในการดูดชับสารให้ ความชุ่มชื้น เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการผลิตกากรำข้าวอินทรีย์ประเภทนวด/ขัดผิวกาย