Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2556

บีจีเอนยีน (BGN gene) ในช้างเอเซียและความเกี่ยวข้องกับการทำงานของกระดูก

ฉัตรโชติ ทิตาราม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2556

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

จากการศึกษาในคน หนูและกระต่าย พบว่ายีน biglycan มีส่วนสำคัญต่อการรักษาบาดแผลรวมถึงการสร้างกระดูกและเส้นใยคอลลาเจน ดังนั้นการศึกษายีน biglycan อาจนำมาซึ่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการอธิบายสาเหตุของการเกิดโรคโดยเฉพาะโรคระบบกล้ามเนื้อและโครงร่างและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรคให้มากยิ่งขึ้นเช่น การรักษาบาดแผล การศึกษาวิจัยนี้จึงได้สนใจค้นหาลำดับเบสของยีน biglycanในส่วน coding sequence และลำดับกรดอะมิโนของโปรตีน biglycan รวมทั้งศึกษาระดับการแสดงออกของยีนในเนื้อเยื่อต่างๆและเนื้อเยื่อที่มีบาดแผลของช้างเอเชียเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการศึกษาหน้าที่ของยีนและการรักษาโรคต่อไป โดยได้ทำการโคลน full-length coding sequence ของยีน biglycan จาก cDNA ของช้างเอเชียจำนวน 3 เชือก ผลการศึกษาพบว่า coding sequence ของช้างเอเชียมีขนาด 1,110 คู่เบส กำหนดการสร้างโปรตีนขนาด 369 กรดอะมิโน (GenBank accession No: JQ753329) แล้ววิเคราะห์เปรียบเทียบกับฐานข้อมูล GenBank พบว่า coding sequence และลำดับกรดอะมิโนในช้างเอเชียมีความคล้ายคลึงกับช้างแอฟริกา 99% และ 98% ตามลำดับ และจากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของลำดับกรดอะมิโนในช้างเอเชียเปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมหลายชนิดโดยการทำ phylogenetic tree และหาค่าระยะห่างทางพันธุกรรม (genetic distances) ของลำดับกรดอะมิโนพบว่า biglycan ในช้างเอเชียมีความใกล้ชิดกับช้างแอฟริกามากที่สุด และจากการวิเคราะห์หา single nucleotide polymorphism (SNP) พบ 1 ตำแหน่งในลำดับเบสที่ 303 ซึ่งเปลี่ยนจาก T->C แต่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงลำดับกรดอะมิโนยังคงแปลรหัสเป็นกรดอะมิโน asparagine (Asn) และจากการศึกษาระดับการแสดงออกของยีน biglycan ในเนื้อเยื่อต่างๆของช้างจำนวน 6 เชือก พบว่ามีการแสดงออกของยีนทุกเนื้อเยื่อโดยเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนมีการแสดงออกสูงที่สุดลำดับถัดมาเป็นเนื้อเยื่อม้ามและการศึกษาระดับการแสดงออกของยีน biglycan ของช้างเอเชียในเนื้อเยื่อผิวหนังที่มีบาดแผล 3 เชือกเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ผิวหนังปกติอีก 2 เชือก พบว่ามีระดับการแสดงออกของยีนในผิวหนังที่มีบาดแผลมากกว่าผิวหนังปกติ

คำสำคัญ

การควบคุมช้างเอเชียกระดูกบีจีเอนยีน (BGN gene)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การนำโปรตีนกาวไหมเพื่อประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์

พรอนงค์ อร่ามวิทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2564

ผลของเซซามินต่อการสังเคราะห์โปรตีโอไกลแคนในเซลล์ปฐมภูมิกระดูกอ่อนมนุษย์ที่เป็นโรคข้อเสื่อม

พีรพรรณ โปธาเจริญ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2557

ผลของซีบีแอล-บี ต่อการแสดงออกของรันเอกซ์ทูและความสามารถในการกระตุ้นออสทิโอแคลซินโปรโมเตอร์ในเซลล์ไลน์ของเซลล์สร้างกระดูก

รัชนี อัมพรอร่ามเวทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2552

การทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพของรีคอมบิแนนท์โปรทีนสำหรับ Bone Morphogenetic Protein-2 ของมนุษย์ในเซลล์เพาะเลี้ยง human fetal osteoblast

วราภรณ์ เกษกาญจน์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2557

กลไกการออกฤทธิ์ของว่านหางจระเข้ต่อปัจจัยชีวภาพที่สำคัญต่อการเกิดหลอดเลือดใหม่ของแผล: เอ็นโดธีเลียลโปรเจนนิเตอร์และ แมทริกเมตตัลโลโปรติเนส

จุไรพร สมบุญวงค์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2557

การสร้างรีคอมบิแนนท์โปรทีนสำหรับ Bone Morphogenetic Protein-2 (BMP-2) ของมนุษย์เพื่อการกระตุ้นการเจริญพัฒนาของเซลล์คอนโดรซัยต์

วราภรณ์ เกษกาญจน์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2557

ผลของสารสกัดจากขมิ้นชันต่อการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการหายของแผลในเซลล์ไฟโบรบลาสต์จากเหงือกมนุษย์

นางสางอัสปรียา รุจิระโชติวัฒน์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2561

การศึกษากระบวนการเชื่อมโยงข้ามและทดสอบประสิทธิผลของแผ่นเนื้อเยื่อปิดแผลจากโปรตีนกาวไหม

พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2554

โครงการ การพัฒนาวัสดุปิดแผลที่ประกอบด้วยโปรตีนกาวไหมเซริซินและไคโตซานไมโครสเฟียร์เพื่อกระตุ้นการหายของบาดแผล

พรอนงค์ อร่ามวิทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

การคิดค้นแนวทางจัดประเภทของกระดูกขากรรไกรมนุษย์จากสารพันธุกรรมและโกรธ์แฟคเตอร์ เพื่อวางแผนการฝังรากเทียมในกลุ่มประชากรช่วงอายุ 18-70 ปี

ดุษมณี เสรีวัฒนาชัย มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2560