ภูมิปัญญาของช่างผู้สืบทอดงานเครื่องประดับเงินเมืองนคร จังหวัดนครศรีธรรมราช
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ภูมิปัญญาหมายถึงความรู้ความสามารถของบุคคลในท้องถิ่นที่คิดและทำได้ด้วยตนเองอย่างสัมพันธ์กับการดำรงชีวิตและถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังด้วยการบอกเล่า สั่งสอนและทำให้ดูเป็นแบบอย่าง เช่นเดียวกับเครื่องประดับเงินเมืองนคร จังหวัดนครศรีธรรมราช การวิจัยคุณภาพนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและนำเสนอภูมิปัญญาของช่างผู้สืบทอดงานเครื่องประดับเงินเมืองนครนี้ในรูปแบบ คุณค่า และความหมายของช่างที่คงใช้วิธีการและเทคนิคแบบดั้งเดิม รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เอกสาร สัมภาษณ์เชิงลึก สังเกตในสภาพการณ์จริงและบันทึกภาพเคลื่อนไหวจากผู้ให้ข้อมูล 9 คน ผลพบว่า ช่างแต่ละคนเป็นผู้รู้เฉพาะด้านและมุ่งมั่นรักษาความรู้ดั้งเดิมนี้คือ 1) การหลอมเนื้อเงิน การขึ้นรูปพรรณ การแกะสลักลวดลายไทยและการลงยาถม เรียกว่าถมเงิน เมื่อทาทองในส่วนที่เป็นเงินเรียกว่าถมทอง 2) การร้อยเกี่ยวห่วงลวดเงินทีละห่วงที่ได้จากการตัดขดลวดสปริงที่เกิดจากการพันเส้นลวดกับแกนเหล็กร้อยประกอบเป็นสร้อย รีดให้แน่นและตะไบลบสันเหลี่ยมจนเป็นเส้นสร้อยกลมถือเป็นกระบวนการถักด้วยเส้นเงิน 3) การตอกลายนะโมลงบนเม็ดกลมเงินหรือทองแดงบริสุทธิ์ ลงผงยาร้อนสีดำผสมน้ำในร่องลึกก่อนเผาและขัดจนลายของหัวนะโมเด่นชัด 4) การดึงแท่งเงินที่หุ้มด้วยปลอกทองคำบริสุทธิ์ที่บางเฉียบให้ยืดออกเป็นเส้นลวดหุ้มทองเพื่อใช้ทำห่วงกลม เม็ดพริก เม็ดแตงซึ่งเป็นส่วนประกอบของเครื่องประดับสองกษัตริย์ 5) การหุ้มลวดลายของเส้นลวดเงินขนาดเล็กที่บิดเป็นเกลียว อบอ่อนและทับให้แบนก่อนสร้างลวดลายตามต้องการบรรจุลงในกรอบลายเพื่อให้งานคงรูปและแข็งแรง 6) การประกอบชิ้นงานเงินเครื่องประดับอย่างแตกต่างและหลากหลายเช่นงานลูกตะกร้อเป็นสร้อยข้อมือ ข้อเท้า สร้อยคอเป็นต้นของงานประกอบเครื่องประดับเงิน 7) การแกะสลักลวดลายไทยบนผลิตภัณฑ์ทองคำได้อย่างพลิ้วไหวอย่างอิสระและใช้งานแกะลายทอง รูปพรรณประกอบกับงานเครื่องประดับเงินดังเช่นนะโม คุณค่าทางศิลปะสะท้อนคุณค่าผ่านรูปร่าง รูปทรง ขนาด สัดส่วน โครงสร้าง สีและลวดลาย คุณค่าทางสุนทรียะสะท้อนผ่านความคิด ความรู้สึกและความมุ่งมั่น คุณค่าทางประโยชน์ใช้สอยแสดงออกถึงความทนทาน ความคุ้มค่าและประโยชน์ที่หลากหลาย