Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

บทบาทและอำนาจหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาในการรักษาวินัยพรรคการเมืองและการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชน

นางสาวอัจฉราพร พรมุกดา สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ในรัฐที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีสมาชิกรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง โดยประชาชนเป็นผู้ใช้อํานาจอธิปไตยแทนประชาชน รัฐธรรมนูญของรัฐจะมีการรับรอง ความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผลทําให้สมาชิก รัฐสภาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องตกอยู่ภายใต้ความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงําใดๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม จากข้อเท็จจริงที่ว่า รัฐที่ปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยจําเป็นต้องมีพรรคการเมืองคอยทําหน้าที่สนับสนุนผลักดัน ให้เกิดการก่อตั้งเจตจํานงทางการเมืองของประชาชน และดําเนินการให้เป็นไปตามเจตจํานง ทางการเมืองดังกล่าวโดยอาศัยกลไกการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาในสังกัดของพรรค ทําให้รัฐธรรมนูญจําเป็นต้องเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองสามารถเข้ามามีบทบาทใน การควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาที่สังกัดพรรคการเมืองนั้นๆ ได้ ตราบเท่าที่ ไม่ขัดกับหลักความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญให้การรับรอง ในระบบกฎหมายเยอรมันนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีสถานะเป็นผู้แทนของ ชาวเยอรมันทั้งมวล และกฎหมายพื้นฐานก็ได้กําหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีอิสระ ในการปฏิบัติหน้าที่ และไม่ต้องผูกพันกับการสั่งการหรือการมอบหมายใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ในระบบกฎหมายเยอรมันยังได้แบ่งแยกการควบคุมวินัยของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรซึ่งเป็นภารกิจของกลุ่มการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร (Frahtion) ที่สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรสังกัด ออกจากการควบคุมวินัยพรรคการเมืองซึ่งเป็นภารกิจของพรรคการเมือง อย่างชัดเจน โดยในการปฏิบัติหน้าที่ในทางรัฐสภาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ระบบกฎหมายเยอรมันเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองในสภา (ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะ จัดตั้งขึ้นโดยพรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นสมาชิก) สามารถวางกฎเกณฑ์ ต่างๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดปฏิบัติตาม รวมถึงกําหนด มาตรการในการลงโทษสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ดังกล่าวได้ ตราบเท่าที่ ไม่ขัดกับหลักความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายพื้นฐานให้การรับรอง เช่น การมีมติโดยเสียงข้างมากตําหนิการกระทํา การขับออกจากกลุ่มการเมืองในสภา รวมถึงการเสนอให้พรรคไม่ส่งบุคคลดังกล่าวลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งต่อไป เป็นต้น สําหรับการถูกขับออกจากกลุ่มการเมืองในสากนั้น จะทําให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ ถูกขับมีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอิสระ โดยไม่สูญเสียสถานะสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรด้วยแต่อย่างใด ซึ่งหมายความว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถปฏิบัติหน้าที่ อย่างเป็นอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติใดๆ ตามที่กฎหมายพื้นฐานรับรองให้ได้อย่างเต็มที่ และแม้การปฏิบัติหน้าที่อย่างอิสระและไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติใดๆ ดังกล่าวจะเป็นไป ในทางที่ขัดต่อวินัยของกลุ่มการเมืองในสภา จนเป็นเหตุให้ถูกขับออกจากกลุ่มการเมือง ในสภา ก็ไม่มีผลกระทบต่อสถานะความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างใด ในระบบกฎหมายอังกฤษนั้น สมาชิกสภาสามัญซึ่งมีสถานะเทียบได้กับสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในระบบกฎหมายไทย จะมีสถานะทางกฎหมายเป็นผู้แทนของประชาชน ในเขตเลือกตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ในสภาสามัญของสมาชิกสภาสามัญนั้น จะถูกควบคุม โดยองค์การในรัฐสภาของพรรคการเมือง panimentary party) ที่สมาชิกสภา สามัญแต่ละคนสังกัด โดยองค์การในรัฐสภาของแต่ละพรรคการเมืองจะแต่งตั้งสมาชิก สภาสามัญในสังกัดจํานวนหนึ่งให้เป็น “วิป” whip) ซึ่งทําหน้าที่สั่งการให้สมาชิกสภา สามัญลงมติต่างๆ ไปในทิศทางที่องค์การในรัฐสภาของพรรคกําหนด และคอยควบคุม วินัยพรรคการเมืองของสมาชิกสภาสามัญด้วย ถึงแม้ว่าระบบกฎหมายอังกฤษจะไม่มี การรับรองความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับสมาชิกรัฐสภา และเปิดโอกาสให้ องค์การในรัฐสภาของพรรคการเมืองสามารถออกคําสั่งให้สมาชิกสภาสามัญที่เป็นสมาชิก พรรคลงมติในสภาสามัญไปตามที่พรรคต้องการได้ แต่อย่างไรก็ตาม การที่ระบบ กฎหมายอังกฤษไม่มีการบังคับให้สมาชิกสภาสามัญต้องสังกัดพรรคการเมือง และ การถูกขับออกจากองค์การในรัฐสภาของพรรคของสมาชิกสภาสามัญไม่มีผลทําให้สมาชิก สภาสามัญต้องพ้นจากตําแหน่ง ส่งผลให้สมาชิกสภาสามัญในระบบกฎหมายอังกฤษ สามารถเลือกที่จะปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระได้โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อสถานะความเป็น สมาชิกสภาสามัญ เช่นเดียวกันกับกรณีของระบบกฎหมายเยอรมัน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้กําหนดให้สมาชิก รัฐสภามีสถานะเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย รวมทั้งรับรองหลักความเป็นอิสระในการ ปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาไว้ในมาตรา 122 ซึ่งภายใต้หลักการนี้ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมสามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยดุลพินิจของตนเอง โดยอิสระ และไม่ต้องถูกผูกมัดด้วยอาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงําใดๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม การที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 101 (3) บังคับให้ผู้ที่จะ สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และ วางหลักเกณฑ์ให้การสูญเสียสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเป็นเหตุให้ต้อง พ้นจากความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ในมาตรา 106 ย่อมส่งผลให้สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรไม่อาจปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจาก หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระไปในทางที่ขัดหรือ แย้งกับแนวทางที่พรรคการเมืองซึ่งตนสังกัดต้องการแล้ว พรรคการเมืองอาจอาศัย เหตุดังกล่าวขับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งจะมีผลทําให้ สถานะความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของบุคคลนั้นต้องสูญสิ้นไปด้วย ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า การที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กําหนดให้ ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องผูกอยู่กับความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองและ กําหนดให้การสูญเสียสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเป็นเหตุแห่งการ สูญเสียสถานะความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีผลทําให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบกฎหมายไทยไม่อาจมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างแท้จริง

คำสำคัญ

การรักษาวินัยพรรคการเมือง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ความมั่นคงทางการเมืองของระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา

วิทยา จิตนุพงศ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2560

การควบคุมระบบราชการโดยการเมือง

กัลยา แซ๋อั้ง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2563

สถานะทางกฎหมายของพรรคการเมืองในการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยในทางผู้แทน : ศึกษาเชิงประวัติศาสตร์และเชิง กฎหมายเปรียบเทียบ

แพรวพรรณ พรหมเจริญ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2560

สถานะทางกฎหมายของพรรคการเมืองในการปกครองระบอบประชาธิปไตยในทางผู้แทน : ศึกษาเชิงประวัติศาสตร์และ เชิงกฎหมายเปรียบเทียบ

วันรัฐ งามนิยม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2561

การจัดองค์กรทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ

สมศักดิ์ เธียรจรูญกุล มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2563

การมีส่วนร่วมทางการเมืองของข้าราชการ : ศึกษาเฉพาะกรณี ข้าราชการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

นภาภรณ์ ใจสัจจะ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2556

Menata Ulang Relasi Majelis Permusyawaratan Rakyat dan Presiden Melalui Politik Hukum Haluan Negara

พ.ศ. 2563

Respons Konstitusional Larangan Calon Anggota Dewan Perwakilan Daerah sebagai Pengurus Partai Politik

พ.ศ. 2562

Partisipasi politik masyarakat pada Pemilihan Umum (Pemilu) legislatif

พ.ศ. 2561

ความคิดเห็นของประชาชนต่อบทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เมษา ถิ่นคำบง วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2551