สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญกับแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2560ซึ่งเป็นฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันบัญญัติในมาตรา49ว่า “บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ ....” บทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการปรับใช้แนวคิดเกี่ยวกับการพิทักษ์รัฐธรรมนูญซึ่งสืบรากมาจากสิทธิปฏิวัติและแนวคิดว่าด้วยประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ แม้แนวคิดดังกล่าวจะได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญมาแล้วถึงสามฉบับ แต่คงไม่เพียงพอที่จะสรุปเป็นหลักการทางกฎหมายได้โดยที่ปัจจุบันศาลรัฐธรรมนูญของไทยได้เคยวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญอยู่หลายคดี อาทิ คำวินิจฉัยที่18-22/2555ว่าเป็นการกระทำที่เข้าลักษณะการล้มล้างระบอบการปกครองและเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองโดยวิถีทางที่มิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญจึงขัดกับรัฐธรรมนูญ และก่อให้ข้อวิพากษ์วิจารณ์และเป็นปัญหาสำคัญ3ประการ กล่าวคือ(1)การใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้มีหลักการและเหตุผล ตลอดจนความชอบธรรมอย่างไร(2)มาตรการทางกฎหมายควรมีลักษณะและขอบเขตอย่างไร และ(3)ศาลรัฐธรรมนูญมีความเป็นกลางในการทำหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญเพื่อสนับสนุนให้ให้บรรลุเป้าหมายการสร้างประชาธิปไตยที่ป้องกันตนเองได้แล้วหรือไม่ ฉะนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องศึกษาแนวคิดว่าด้วยสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญที่เป็นการแปลความมาจากแนวคิดว่าด้วยประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ของต่างประเทศเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเป็นที่มาและความสำคัญของการวิจัยในครั้งนี้